บางปะอิน
9 ปี ติดต่อกันแล้ว ที่เกษตรกรตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “วันเห็ดตับเต่างามที่สามเรือน” ขึ้น ปี 2563 จะเป็นปีที่ 10 แม้งานจะจัดครบทศวรรษก็ตาม แต่ “เห็ดตับเต่า” ไฮไลต์ของงาน ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียง 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เป็นพืชที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นตามธรรมชาติ โดยธรรมชาติรังสรรค์ให้เกิดขึ้นเอง ไม่ได้เป็นเห็ดในรูปแบบที่เพาะได้เช่นเดียวกับเห็ดอื่น หลายชื่อที่ใช้เรียก เห็ดตับเต่า เช่น เห็ดตับเต่าดำ เห็ดเอ็กโตไมคอร์ไรซ่า ตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ แต่ที่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกและเป็นที่รู้จัก คือ เห็ดตับเต่า เคยได้ยินจากเนื้อเพลง พูดถึงเห็ดตับเต่าว่าขึ้นริมเถาย่านาง แท้จริงแล้ว เห็ดตับเต่า สามารถขึ้นได้ดีที่โคนต้นโสน อาศัยเกื้อกูลรากของต้นโสนในการเจริญเติบโต โดยเฉพาะโสนกินดอก มะกอกน้ำ ไทร ยูคาลิปตัส กระถินเทพา และป่าเต็งรัง รวมถึงยังขึ้นได้ดีและอาศัยอยู่ร่วมกับพืชตระกูลถั่วหลายสกุล แต่ทั้งนี้ บริเวณลุ่มน้ำในเขตตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีต้นโสนเป็นพืชประจำถิ่นขึ้นอยู่ค่อนข้างมาก จึงเป็นบริเวณที่มีความเหมาะสมเกิดเห็ดตับเต่าตามธรรมชาติจำนวนมาก ที
ปีนี้วันหยุดต่อเนื่องมีแทบทุกเดือน เลยพอมีโอกาสพาครอบครัวไปพักผ่อนไหว้พระ โดยตั้งใจว่าจะเดินทางแบบวันเดียวเช้ากลับเย็น จึงตกลงล็อกเป้าไปยังจังหวัดที่ตั้งอยู่ขอบตะเข็บติดกับกรุงเทพฯ พอพิจารณาดูแล้วเห็นว่าอยุธยาเหมาะสมที่สุด ทั้งระยะทางและเส้นทาง ที่สำคัญคือเป็นจังหวัดที่มีวัดสำคัญหลายแห่ง ขากลับผ่านเส้นทางบางปะอินพบป้ายระบุชื่อ “ตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม” เห็นว่าน่าสนใจ ทำไมจึงตั้งชื่อแปลก เลยโฉบเข้าไปหาคำตอบสักหน่อย?? “ตลาดโก้งโค้ง” ตั้งอยู่บริเวณบ้านแสงโสม ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอดีตสถานที่แห่งนี้มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นที่ตั้งของด่านขนอน และเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งสินค้าในชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง ด้วยอากัปกิริยาลักษณะการขายสินค้าของผู้คนในอดีตที่มักนั่งขายกับพื้น ไม่ได้ตั้งวางของสูงเช่นในปัจจุบัน จึงทำให้คนซื้อเลือกของจะต้องโน้มตัวลงเพื่อหยิบของในลักษณะท่าโก้งโค้ง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อตลาดโก้งโค้งนับจากนั้น และความเป็นตลาดกลับต้องหายไปเมื่อคราวเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ 2 แต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ผู
