บำรุงสมอง
ชา เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บผลผลิตจากใบ ยอดอ่อน และก้าน ของต้นชา นำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลากหลาย ได้ผลิตภัณฑ์จากชาออกมาหลายประเภท ซึ่งชาทุกชนิดสามารถทำได้จากต้นชาต้นเดียวกัน แต่ผ่านกรรมวิธีแตกต่างกันออกไป โดยผลิตภัณฑ์ “หงชา” เป็นชาของมูลนิธิโครงการหลวง ผ่านกระบวนการหมักช่วยลดปริมาณคาเฟอีน คุณสุภาพ ชาวนา นักวิชาการชา มูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า หงชา เป็นชาที่ออกสู่ตลาด โดยเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมัก 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนชาวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นพันธุ์ชาอู่หลงเบอร์ 12 สำหรับกระบวนการแปรรูปเริ่มจากเก็บใบชาสด 1 ยอด 2 ใบ หรือ 1 ยอด 3 ใบมา แล้วนำใบชาสดมาผึ่งให้ความชื้นลดลง จากนั้นนำใบชาที่ผึ่งแล้วมานวดจนเซลล์เนื้อเยื่อในใบชาแตก ม้วนขดใบชาให้ยาวเป็นเส้น แล้วนำไปวางในชั้นหมักและเข้าสู่กระบวนการหมัก โดยผ่านกระบวนการอ็อกซิเดชั่น (oxidation) หมักจนได้สีและกลิ่นที่ต้องการ แล้วทำการอบแห้งใบชา จากนั้นคัดคุณภาพของชาและอบชาซ้ำอีกครั้ง เพื่อไล่กลิ่นความชื้นและกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ก่อนออกจำหน่าย การหมักชาเต็มที่อาจทำให้ปริมาณสารต่างๆ ในใบชาลดน้อยลง โดยนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าหงชามีคุณค่าและประโยชน์ต่อส
การได้รับโภชนาการที่ดีนั้นสำคัญต่อสมองเป็นอย่างมาก ดังที่มีการวิจัยว่า โภชนาการที่ดีส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ความคิด และอารมณ์ ฉะนั้นเพื่อจะได้บำรุงสมองให้มีประสิทธิภาพดีไปนานๆ เรามาทำความรู้จักสารอาหารบำรุงสมองแต่ละชนิดกันว่ามีประโยชน์อย่างไร และเราจะหาสารเหล่านั้นได้จากอาหารชนิดไหนบ้าง 1. สารไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำหน้าที่ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งช่วยป้องกันอาการโรคหลงลืม และสีเหลือง อาทิ มะเขือเทศ แตงโม 2. สารโคลีน (Choline) เป็นสารอาหารสำคัญตัวหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี มีความจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยการเรียนรู้ ความจำ และเสริมสร้างพัฒนาสมอง พบได้ในไข่แดง เนื้อสัตว์ ปลา เครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง จมูกข้าว ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอก 3. สารดีเอชเอ (DHA) กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมองช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาท และจอประสาทตา เป็นสารที่ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ ดังนั้น เราต้องไดรับจากโภชนาการ สารดีเอชเอมีมากในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาโอ
