ปทุมา
ทุกวันนี้ “ปทุมา และ กระเจียว” ไม้ดอกไม้ประดับพื้นบ้านของไทยกลายเป็นไม้ดอกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี กลายเป็นสินค้าส่งออกขายดี (หัวพันธุ์ และไม้ตัดดอก) อันดับ 2 ของประเทศ รองจากสินค้ากล้วยไม้ โดยสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งซื้อปทุมาและกระเจียวจากไทย ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต่อปี เพราะไม้ดอกทั้งสองชนิดมีสีสันและรูปทรงที่สวยงาม แถมมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 1 สัปดาห์ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกษตรกรไทยจำนวนมาก ได้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงจากการปลูกไม้ดอกไม้ประดับในวันนี้ เกิดจากแนวพระราชดำริส่งเสริมอาชีพราษฎรของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 80,000 บาท ให้ ดร. พิศิษฐ์ วรอุไร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2522 เพื่อจัดตั้งศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชี
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี และเครือข่ายพันธมิตร พัฒนาพื้นที่ชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ชมความงามไม้ดอกได้ตลอดปี สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน ประเดิมจัดงาน “ปทุมาเบ่งบาน เที่ยวห้วยสำราญสุขใจ” ชมความงามปทุมาหลากสายพันธุ์ถึง 31 ตุลาคมนี้ พร้อมเปิดตัว “ปทุมาห้วยสำราญ” ไม้ดอกหน้าฝนสายพันธุ์ใหม่ นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากความร่วมมือระหว่าง สวทช. และจังหวัดอุดรธานี ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดอุดรธานี สอดคล้องกับแผน นโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาของจังหวัดที่จะยกระดับความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดนั้น สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) จึงได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมืองอุดรธานี พัฒนาพื้นที่ของชุมชนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเก
ปทุมา (Siam Tulip) เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน โดยพืชชนิดนี้จะพักตัวในช่วงฤดูหนาวและร้อน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเริ่มผลิใบออกดอก มีต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ใบมีลักษณะยาวคล้ายใบพาย ส่วนก้านช่อดอกนั้นสูงเหนือพุ่มใบขึ้นไป มีกาบดอกสีม่วง สีชมพู ซึ่งการขยายพันธุ์ส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการแยกหน่อ ปทุมานอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับแล้ว ดอกยังสามารถรับประทานได้อีกด้วย โดยนำมาลวกเป็นผักแกล้มรับประทานกับน้ำพริก หรือจะนำไปชุบแป้งทอดรับประทานกับน้ำจิ้มที่มีลักษณะคล้ายอาจาดก็อร่อยลงตัวทีเดียว ดร.วาสนา ใจกล้า เจ้าของอู่ทองพรรณไม้ ตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ที่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่อยู่ในวงการไม้ดอกไม้ประดับมากว่า 10 ปี เธอก็ได้ทำการรวบรวมพันธุ์ปทุมาและนำมาขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ที่สร้างรายได้ให้กับสวนของเธอได้เป็นอย่างดี จากอาชีพรับราชการ ผันสู่ชีวิตเกษตรกร ดร.วาสนา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีก่อนที่จะมาทำสวนไม้ดอกไม้ประดับนั้น เธอมีอาชีพรับราชการเป็นงานหลัก โดยช่วงที่ทำงานประจำอยู่ก็ได้ปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์ เพราะมีความชื่นช
