ประจวบคีรีขันธ์
ททท. จัดบิ๊กอีเว้นต์ ต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ภายใต้โครงการ “VIJITR 5 ภาค” ขึ้นใน 5 พื้นที่ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ถือเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่จะช่วยสร้างการรับรู้พื้นที่อัตลักษณ์ของจังหวัด ได้อย่างชัดเจน ผ่านการนำเสนอศิลปะทันสมัยผสมผสานวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจนำไปสู่การออกเดินทางจริงในพื้นที่ โดยจัดขึ้นไปเรียบร้อยแล้วใน 2 จังหวัด เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดชลบุรี โดยครั้งนี้ ททท. ปักหมุดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ที่ 3 ในการจัดงานซึ่งเป็นมหกรรมของปรากฏการณ์ แสง เสียง สื่อผสมที่ทันสมัย “VIJITR 5 ภาค @ประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้แนวคิด “หัวหิน เสน่ห์วันวาน TIMELESS LIGHT CHARM” ในวันที่ 17-25 สิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. ด้วยการสร้างสีสันบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการแสดงแสงเสียง เทคนิคสมัยใหม่ให้กับอำเภอหัวหิน ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ย้อนวันวานเมืองเก่าสู่สถานีแห่งแสง เป็นงานแสดงไฟที่ผสานศาสตร์แห่งความทันสมัยและประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก โดยจะบอกเล่าความงดงามเหนือกาลเวลาของเมืองหัวหินตั้งแต่อดี
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของสมาชิกสหกรณ์นิคมบางสะพาน จำกัด และพบปะสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายประยูร พะมะ สหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนิตย์ ตั่นอนุพันธ์ ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์นิคมบางสะพาน จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ และประชาชนให้การต้อนรับ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า ปัญหาที่ดินทำกินในสหกรณ์นิคมบางสะพานเป็นปัญหาที่มีมานานกว่า 40 ปี กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง กรมส่งเสริมสหกรณ์ และเครือข่ายนิคมสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะการสนับสนุนให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน
ปลานวลจันทร์ทะเล (Milkfish) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Chanos chanos (Forsskal,1775) บางพื้นที่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป คือ ปลาดอกไม้ ปลาทูน้ำจืด หรือปลาชะลิน เป็นชนิดนี้มีรูปร่างยาวเพียว ลำตัวค่อนข้างกลมแบนข้างเล็กน้อย ตามีเยื่อไขมันคลุมตลอด เกล็ดมีขนาดเล็กถี่ เป็นเกล็ดประเภทขอบกลม (Cycloid Scale) ครีบหลังและครีบก้น มีเกล็ดติดตามก้านครีบ มีเส้นข้างลำตัว (Lateral line) เห็นชัดเจน ครีบหางเว้าลึกแบบส้อม (Forked type) ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวยาวกว่า 1.5 เมตร หนักประมาณ 10.6 กิโลกรัม ตามปกติอาศัยอยู่ในทะเล เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว อยู่บนผิวน้ำ (Pelagic fish) ในประเทศไทยมีการพบลูกปลานวลจันทร์ทะเลเป็นครั้งแรกที่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านคลองวาฬ ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2493 พบในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน หลังจากนั้นได้มีการสำเรวจพบบางส่วนในเขตจังหวัดชุมพร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระยอง และจันทบุรี ลูกปลาที่พบมีรูปร่างเรียว ยาว ขนาดเล็ก ความยาว 1.5-2 เซนติเมตร ตัวใส ตากลมโตสีดำ กินตะไคร่น้ำ ไรน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร โดยปัจจุบันได้มี
ทุเรียน ผลไม้เศรษฐกิจลือชื่อของไทย ที่เขายกกันให้เป็นราชาแห่งผลไม้ (King of Fruit) แหล่งปลูกมากก็ฝั่งตะวันออกแถบจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด กับทางภาคใต้บางจังหวัด มักจะพูดติดปากกันว่า “ทุเรียนต้องที่จันทบุรี’ หรือ ‘ทุเรียนจันท์’ ” อันนั้นก็ว่ากันไป แต่ยุคสมัยใหม่ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ และเร็วกว่าที่เราคาดคิดกัน ความเชื่อและค่านิยมที่แตกต่าง ช่วยสร้างแหล่งผลิตทุเรียนใหม่ๆ ขึ้นมา ทั้งภาคอีสาน ตะวันตก และเหนือตอนล่าง ล่าสุดอีกแห่งที่ปลูกทุเรียนหมอนทองได้คุณภาพดี เป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้า ก็ต้องเป็น “ทุเรียนหมอนทองป่าละอู” จากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ล่าสุด ด้วยรสชาติฟินได้ที่ มีความหวานมัน กลิ่นหอมละมุน เนื้อแห้งละเอียด นุ่มเนียน เมล็ดลีบ เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากได้อย่างมั่นใจ ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ไม่ต้องขึ้นไปถึงป่าละอู แวะไปชิมช้อปกันได้ที่ ร้าน “เจ๊เขียวซีฟู๊ด” หมู่บ้านเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2563 ศกนี้ ทัวร์ป่าละอู ตามดูสวนทุเรียนหมอนทอง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสกลับไปหัวหินบ้านเกิด เพื่อร่วมกิจกรรมกับญาติพี่น้
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขนาดกำลังการผลิต 3 ตัน ต่อชั่วโมง ระบุมีประสิทธิภาพตอบโจทย์เกษตรกรทั่วทั้งประเทศ อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงเพื่อขอรับรองมาตรฐาน GMP เพื่อการส่งออก ครบวงจร พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวว่า ตามที่ วว.ได้ประชาสัมพันธ์การเปิด ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขนาดกำลังการผลิต 3 ตัน ต่อชั่วโมง เมี่อปี 2561 ผลงานบูรณาการความร่วมมือระหว่าง วว. และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เข้าไปแก้ไขปัญหา “สับปะรด” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของไทย ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เนื่องจากเป็นพืชผลทางการเกษตรที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศมาโดยตลอด ที่ผ่านมาไทยเป็นผู้ส่งออกสับปะรดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดเป็นอันดับต้นๆ
มะพร้าวทับสะแก เป็นมะพร้าวที่นิยมเอามาใช้ทำกะทิแกงมาก เพราะว่ามีขนาดของผลใหญ่ให้เนื้อที่เยอะกว่ามะพร้าวทั่วไป เลยทำให้มะพร้าวทับสะแกเป็นที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย ใครเดินทางลงภาคใต้ เมื่อออกจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ สองข้างทางเต็มไปด้วยแปลงปลูกมะพร้าวต้นสูงๆ ถึงแม้จะเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาก็ยังเห็นต้นมะพร้าวอยู่ เรื่อยไปจนเข้าสู่พื้นที่จังหวัดชุมพร มะพร้าวทับสะแก มีชื่อเสียงมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ จึงมีงานเกี่ยวข้องกับมะพร้าวมากมาย นอกจากมีการซื้อขายผลมะพร้าวแล้ว ยังมีงานแปรรูปมะพร้าวเป็นน้ำมัน งานแปรรูปเส้นใย ขุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับ ตลอดจนไม้แปรรูปมะพร้าวสำหรับงานก่อสร้าง คุณกรวสา ชามภูวราช อยู่บ้านเลขที่ 1/22 หมู่ที่ 4 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนที่โตมาพร้อมกับสวน จากนั้นย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อทำงานบริษัทและเลี้ยงลูก จนส่งลูกเรียนจบ ก็กลับมาทำสวนที่บ้านต่อ เธอบอกว่า ที่จริงแล้วแต่เดิมที่บ้านทำสวนกล้วยไข่มาก่อน หลังจากนั้นก็มาปลูกสับปะรดเป็นเจ้าแรกๆ ของทับสะแก เดิมทำอยู่ประมาณกว่า 100 ไร่ พอหลังจากปลูกกล้วยไข่ ปลูกสับประรด ก็นำมะพร้าวมาปลูกตาม
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายศุภนารถ เกตุเจริญ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวด้วยวิธีผสมผสานแบบครอบคลุมพื้นที่ 29 จังหวัด งบประมาณกว่า 289 ล้านบาท ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดซื้อจัดจ้างสารเคมีกำจัดหนอนหัวดำและส่งมาในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบพื้นที่การระบาดมากที่สุดในประเทศ โดยทีมเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ดำเนินการในสวนมะพร้าว ทำเครื่องหมายไว้จำนวนกว่า 3 ล้านต้น เริ่มจากการเจาะลำต้นมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร ประมาณ 2.3 ล้านต้น ตั้งเป้าหมายใน 1 สัปดาห์ จะต้องฉีดให้ได้ประมาณ 2,100 ต้น หรือวันละ 300 ต้น คาดว่าใช้เวลา 30 วัน จะเจาะลำต้นมะพร้าวเสร็จสิ้น จากนั้นจะเริ่มดำเนินการในส่วนของต้นมะพร้าวที่มีขนาดต่ำกว่า 12 เมตร มีประมาณ 9 แสนต้น โดยวิธีการฉีดพ่นทางใบเพื่อทำลายหนอน พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรเจ้าของสวนร่วมตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ด้วย ตรวจสอบว่าได้ดำเนินการครบทุกต้นตามที่ได้ทำเครื่องหมายไว้หรือไม่ เพื่อป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ภาครัฐยังส่งเสริมการเพาะเลี้ยงแตนเ
เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ ทำรายงานด่วนที่สุดถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง จากนั้นลงนามในคำสั่งจังหวัดที่ 2237/2560 ลงวันที่ 11 กันยายน 2560 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับสินบนการนำเข้ามะพร้าวบริเวณจุดผ่อนพิเศษด่านสิงขร ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง เนื่องจากมะพร้าวในประเทศมีไม่เพียงพอจากการระบาดของแมลงศัตรูพืชอย่างหนัก เพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบางหน่วย มีการเรียกรับผลประโยชน์นอกระบบ โดยแต่งตั้ง นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดทำหน้าที่ประธานกรรมการ เพื่อเรียกเอกสารมาชี้แจงหรือเรียกบุคคลมาทำการสอบสวน แหล่งข่าวฝ่ายปกครองระดับสูงในพื้นที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีข่าวนำเสนอออกไปได้ชี้แจงในที่ประชุมระดับจังหวัดประจำเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรณีความไม่โปร่งใสของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบริเวณด่านสิงขร สามารถตรวจสอบรายงานการประชุมได้ แปลกใจว่าในที่ประชุมมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เหตุใดปัญหานี้เพิ่งได้รับความสนใจ หลังจากสื่อนำเสนอข้อมูล และมีการตั้งกรรมการตรวจสอบในภายหลัง “ผมขอยืนยันว่าภรรยา
