ประเทศมาเลเซีย
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และทีมประเทศไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จัดเทศกาล “THINK THAILAND” ซึ่งเป็นเทศกาลส่งเสริมสินค้าและบริการไทยครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมาในประเทศมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจมายังประเทศมาเลเซีย รวมถึงกระตุ้นความต้องการเลือกซื้อสินค้าไทยให้กับนักธุรกิจ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในมาเลเซีย เทศกาล “THINK THAILAND” ครอบคลุมระยะเวลาในการจัดงานทั้งหมด 12 วันระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม ถึงวันที่ 6 มิถุนายน ที่ ห้างสรรพสินค้าทรอปิคาน่า การ์เด้น มอลล์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับเครือข่ายห้างสรรพสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของมาเลเซีย อาทิ เครืออิออน (อิออน อิออนบิ๊ก และอิออนแม็กซ์แวลู), เซกิ เฟรซ, และ NSK กว่า 100 สาขาทั่วประเทศมาเลเซีย นายวรวรรณ วรรณวิล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าวว่า มีผู้ส่งออกไทยมากกว่า 30 รายมาร่วมในงานนี้ นอกจากสินค้าไทยแล้ว ภายในงานยังม
นายขจรจักษณ์ นวลพรมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ กยท. ได้เร่งประสานงานร่วมกับจังหวัดสงขลา ผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา สถานกงสุลมาเลเซีย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงความมั่นคงของมาเลเซีย เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ทางรัฐบาลมาเลเซียอนุญาตเปิดด่านนำเข้ายางพาราจากประเทศไทย ผลล่าสุดทางประเทศมาเลเซียได้ตอบตกลงให้มีการเปิดด่านปาดังเบซาร์ ด่านขนส่งทางรถไฟเพิ่ม โดยจะเริ่มเปิดด่านในวันที่ 6 เมษายน 2563 นี้ ซึ่งในแต่ละเที่ยวรถไฟประเทศไทยจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟ จำนวน 19 คน เพื่อดูแลตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่จะนำเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย และต้องผ่านการตรวจคัดกรองของประเทศมาเลเซียทุกครั้ง สุดท้ายนี้ กยท. คาดหวังให้พี่น้องเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพารา มีช่องทางการส่งออกยางพาราเพิ่มขึ้น ภายใต้สถานการณ์วิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในขณะนี้ เพื่อลดผลกระทบในเรื่องราคายาง และตลาดการส่งออกยาง ซึ่ง กยท. ขอเป็นกำลังใจ และพร้อมจะเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางให้ผ่านวิกฤตคร
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหาร (Policy Partnership on Food Security : PPFS) ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก หรือ เอเปค ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย ภายใต้หัวข้อหลัก คือ “การใช้ประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพมนุษย์ เพื่ออนาคตที่รุ่งเรืองร่วมกัน” ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาบริบทของการค้าและการลงทุน การมีส่วน ร่วมที่ครอบคลุมในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน โอกาสเดียวกันนี้ สศก. ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านความมั่นคงอาหารของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1. กรอบการจัดทำแผนพัฒนาระบบ โลจิสติกส์การเกษตร ปี 2563 – 2565 เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์สินค้าเกษตร โดยให้ความสำคัญกับทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการให้สามารถส่งสินค้าเกษตรถึงผู้บริโภคได้โดยตรง 2. การดำเนินการของคณะอนุกรรมการด้าน
