ปลากะพงขาว
“ปลากะพงขาว” (Asian Sea Bass) ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบอาหารยอดนิยมบนโต๊ะอาหารเท่านั้น แต่ในมิติทางนิเวศวิทยามันคือ “นักล่าระดับบน” (Top Predator) ที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมประชากรความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตที่แหล่งน้ำไทยกำลังเผชิญกับการรุกรานของเอเลี่ยนสปีชีส์ (Alien Species) ปลากะพงขาว มีลักษณะทางกายภาพที่เอื้อต่อการเป็นผู้ควบคุมสมดุล ด้วยลำตัวที่เพรียวยาวและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ทำให้สามารถพุ่งฉีดตัวจู่โจมเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีปากที่กว้างและขากรรไกรที่ยืดหยุ่น สามารถกลืนกินเหยื่อที่มีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของลำตัวได้อย่างง่ายดาย คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการปรับตัวแบบ Euryhaline หรือการดำรงชีวิตได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทำให้ปลากะพงขาวสามารถทำหน้าที่เป็น “เทศบาลทางน้ำ” ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปากแม่น้ำไปจนถึงลำคลองลึก ใช้ธรรมชาติควบคุมธรรมชาติ การแพร่กระจายของ ปลาหมอคางดำ (Blackchin Tilapia) เกิดขึ้นจากที่มันมีความทนทานสูงและขยายพันธุ์รวดเร็ว เข้าไปแย่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำพื้นเมือง แนวคิด
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงสมุทรสงครามคิกออฟโครงการ “กองทุนปลากะพง” เป็นแนวทางช่วยเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านประมงสมุทรสงครามย้ำการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำช่วยลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำได้ พร้อมเดินหน้าเปิดรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพเพิ่มอีก 5 หมื่นกิโลกรัม เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหมู่ 4 ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับประมงจังหวัดสมุทรสงคราม และซีพีเอฟ รับมอบลูกพันธุ์ปลากะพงขาว ภายใต้โครงการกองทุนปลากะพง ความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน-เกษตรกรในการควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ เกษตรกรนำปลากะพงขาวไปเลี้ยงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้ทำหน้าที่เป็นปลานักล่าปลาหมอคางดำในบ่อ ช่วยให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ปู และหอยแครง ในระบบกึ่งธรรมชาติลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดปลาหมอคางดำ และเพิ่มผลผลิตอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ กิตติพิชญ์ ตุ้มน้อย เกษตรกรเลี้ยงหอยแครง เล่าว่า เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่สมุทรสงครามได้ปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำ โดยการอ
ในโลกแห่งเกษตรกรรมยุคใหม่ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ความร่วมมือจากกรมประมง และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ นำโครงการ “กองทุนปลากะพง” ช่วยสนับสนุนเกษตรกรเพาะเลี้ยงปลานักล่าเพื่อควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงปู-กุ้ง ผลลัพธ์จากการปล่อยปลานักล่ารุ่นแรก เห็นผลจริงปลาหมอคางดำในบ่อเกิดน้อยลง กาญจนา โชติช่วง เกษตรกรผู้เลี้ยงปู ในพื้นที่ตำบลบางเค็ม กล่าวว่า ตนเป็นเกษตรกรที่เข้าร่วม “กองทุนปลากะพง” รุ่นแรกที่ประมงเพชรบุรีนำร่องสนับสนุนเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 24 ราย จากการปล่อยปลากะพงขาวลงในบ่อเลี้ยงคู่กับปูเห็นผลชัดสามารถควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในบ่อได้ “ก่อนหน้านี้ เกษตรกรใช้กากชาสำหรับเบื่อปลาหมอคางดำ เมื่อได้รับสนับสนุนปลากะพงขาว ลูกปลาหมอคางดำเกิดขึ้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จของโครงการนี้ สร้างความมั่นใจให้เพื่อนเกษตรกรรายอื่น ๆ “ นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวเสริมว่า จากการดำเนินงาน “กองทุนปลากะพง
ในวันที่ปลากะพงขาวไม่ได้เป็นเพียงปลายอดนิยมในเมนูอาหารไทย แต่ยังเป็น “นักล่าผู้พิทักษ์” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาการรุกรานของ “ปลาหมอคางดำ” ในแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยเฉพาะระบบกึ่งธรรมชาติที่ปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าไปในบ่อแย่งกินลูกกุ้ง และแย่งอาหารจากปลาหรือกุ้งที่เลี้ยงทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ยกระดับจากปลาเศรษฐกิจสู่ผู้พิทักษ์แหล่งน้ำ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำและการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็น 1 ใน 5 แผนปฏิบัติงานหลักของกรมประมง โดยพุ่งเป้าการปล่อยสัตว์น้ำเป็นนักล่าตามความเหมาะสมของแหล่งน้ำ เพื่อให้ช่วยลงไปช่วยกำจัดปลาหมอคางดำให้เหลือน้อยที่สุดและควบคุมให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ปลากะพงขาว เป็นปลากินเนื้อมีพฤติกรรมเป็นนักล่าตามธรรมชาติ กรมประมงจึงใช้ปลากะพงขาวเป็นตัวช่วยควบคุมปลาหมอคางดำ และเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่กระจายออกไปพื้นที่อื่น และจากการเก็บข้อมูลของฝ่ายวิชาการกรมประมงสมุทรปราการ สุ่มสำรวจในแหล่งน้ำที่มีการปล่อยปลากะพงขาว พบว่าปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่มีความหนาแน่นลดลงอย่างมาก จึงเป
ทำไม? ปลากะพงสามน้ำ แห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ถึงเป็นของดีประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้มาตรฐาน GI หรือสินค้าตามแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และได้ชื่อว่า เป็นวัตถุดิบเลื่องชื่อ ที่ตลาดร้านอาหารมีความต้องการสูง นายพลอิทธิ์ กรกอง ตัวแทนเกษตรกร เล่าว่า ปลากะพงสามน้ำ คือปลากะพงขาวที่เกษตรกรเลี้ยงกันในทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 5 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสิงหนคร อำเภอบางกล่ำ และอำเภอควนเนียง เกษตรกรจะเริ่มจากการนำลูกพันธุ์ปลากะพงขนาด 3 นิ้ว ซึ่งต้องเป็นลูกพันธุ์จากแหล่งทะเลสาบสงขลาเท่านั้น จากนั้นนำมาปล่อยในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ใช้วิถีการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ใช้เวลาในการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดผสมปลาสดสับประมาณ 1-2 ปี เพื่อให้ได้ปลากะพงน้ำหนัก 3-5 กิโลกรัม ซึ่งความพิเศษของทะเลสาบสงขลาที่ทำให้ปลากะพงได้ชื่อว่า เป็นปลาสามน้ำ มาจากกระแสน้ำขึ้น น้ำลง ที่ทำให้น้ำมีภาวะเป็นทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย หมุนเวียนตลอดทั้งปี ปลาจากที่นี่จึงมีความพิเศษกว่าทั่วไป เพราะจะมีเนื้อแน่น นุ่ม มัน ไม่คาว รสชาติดี เนื้อปลามีสีขาว มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แบ่งเป็น
ประมงจังหวัดสงขลา และ ประมงจังหวัดพัทลุง ยืนยันทะเลสาบสงขลายังไม่พบปลาหมอคางดำ ไม่นิ่งนอนใจจับมือเอกชนและชุมชนปล่อยลูกปลากะพงขาวลงแหล่งน้ำ ด้วยแนวทางเชิงป้องกัน สร้างแนวกันชนด้วยการปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวลงในแหล่งน้ำ ป้องกันปลาหมอคางดำรุกเข้าไปในทะเลสาบสงขลา พร้อมผนึกพลังชุมชนและชาวประมงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาประมงจังหวัดพัทลุงบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน ชาวประมง และภาคเอกชนจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ ทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับชุมชนในจังหวัด และชาวประมงที่อยู่รอบทะเลสาบเพื่อสร้างการรับรู้ปลาชนิดนี้ให้ช่วยกันสอดส่อง ยับยั้ง ป้องกัน เฝ้าระวังในพื้นที่บริเวณทะเลสาบสงขลา และรอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลา และจัดชุดปฏิบัติการชาวประมงสำรวจปลาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา ทั้งนี้ พัทลุงไม่เคยนิ่งนอนใจให้ความสำคัญกับการดำเนินการเชิงป้องกัน ติดตามสำรวจปลาหมอคางดำในพื้นที่ ไม่รอให้เกิดการแพร่ระบาดไปในหลายพื้นที่ และในช่วงที่มีฝนตกชุกในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงได้ปล่อยปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน
“ปลากะพงขาว” เป็นปลาน้ำกร่อย ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ในบริเวณเขตจังหวัดชายทะเล เนื่องจากเลี้ยงง่ายและเนื้อมีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรมีการเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันเกษตรกรยังต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนในการเลี้ยงปลากะพงขาว เนื่องจาก 60 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการเลี้ยง เป็นค่าอาหาร ทั้งแบบการใช้ปลาสดจากธรรมชาติ และการใช้อาหารสำเร็จรูป นอกจากนี้ อาหารแต่ละชนิดยังมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการที่แตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้น การพัฒนาดัชนีชี้วัดการเจริญเติบโตของปลากะพงขาวที่ตอบสนองต่อโภชนาการ เพื่อให้ได้อาหารที่มีโภชนาการดีและทำให้ปลามีการเจริญเติบโตดี โดยเฉพาะส่วนของเนื้อปลากะพงขาวจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรได้ ทีมนักวิจัยกรมประมง จึงได้ศึกษา “การใช้หน่วยพันธุกรรม Insulin-like Growth Factor (IGF) และ Myostatin (MSTN) เพื่อเป็นดัชนีวัดการเจริญเติบโตประเมินคุณค่าทางอาหาร และกระตุ้นการเจริญเติบโตของปลากะพงขาว ดร. พิชญา ชัยนาค นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาปร
วันที่ 24 เมษายน สถานการณ์ปลากะพงขาวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในกระชังริมทะเลสาบสงขลารอบตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ที่ช็อกตายต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีปลาตายแล้วหลายสิบตัน ล่าสุดวันนี้ยังคงพบมีปลากะพงขาวตายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระชังปลาของนายพงศ์ธร รัตนประทีป ในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลเกาะยอ ที่เลี้ยงเอาไว้กว่า 100 กระชัง มีปลาช็อกและกำลังจะตาย จมลงในน้ำ ปลาส่วนใหญ่เป็นปลาที่ได้ขนาดส่งขาย คือตัวละ 3-5 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท นายพงศ์ธรบอกว่า เชื่อว่ามีปัญหาการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในคลองธรรมชาติ ก่อนที่จะถูกระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้ปลากะพงช็อกตาย เนื่องจากก่อนที่ปลาจะช็อกนั้น ได้กลิ่นเน่าเหม็นรุนแรง แม้จะมีการพยายามใช้ผงออกซิเจนเพื่อกู้วิกฤต แต่ก็ไม่เป็นผล ปัญหาที่เกิดขึ้นถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี และอยากให้ส่วนราชการเร่งยื่นมือมาช่วยเหลือ เพราะความเสียหายในครั้งนี้ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว เนื่องจากได้มีการกู้ยืมเงินมาลงทุนเลี้ยงปลาล็อตนี้ถึง 2 ปี แต่เมื่อจะจับส่งขายได้ในราคากิโลกรัมละ 165 บาท วันนี้เหลือเพียง 5-100 บาทเท่านั้น ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนทันที โด
