ปลากะพงสามน้ำ
“ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เพราะถูกเลี้ยงในทะเลสาบสงขลาที่เป็นแหล่งบรรจบของน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ทำให้ปลากระพงเนื้อแน่น นุ่มลิ้น รสชาติอร่อยที่สำคัญ ไม่มีกลิ่นคาว จึงเป็นสินค้าขายดี เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวประมงในชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นับเป็นกลุ่มชาวประมงที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิตจากกลุ่มเครือข่าย จำนวน 19 กลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสิงหนคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นในการกระจายผลผลิต กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ เริ่มดำเนินการปี 2563 อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่ม คือ นางจีรวัฒน์ ชุตินธร กลุ่มฯ แห่งนี้ใช้พื้นที่กลางทะเลสาบสงขลา 4 ไร่ เลี้ยงปลากระพงในกระชังจำนวน 320 กระชัง ซึ่งสมาชิกเลี้ยงปลาในกระชังเฉลี่ย 10 กระชังต่อคร
ทำไม? ปลากะพงสามน้ำ แห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ถึงเป็นของดีประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้มาตรฐาน GI หรือสินค้าตามแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และได้ชื่อว่า เป็นวัตถุดิบเลื่องชื่อ ที่ตลาดร้านอาหารมีความต้องการสูง นายพลอิทธิ์ กรกอง ตัวแทนเกษตรกร เล่าว่า ปลากะพงสามน้ำ คือปลากะพงขาวที่เกษตรกรเลี้ยงกันในทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 5 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสิงหนคร อำเภอบางกล่ำ และอำเภอควนเนียง เกษตรกรจะเริ่มจากการนำลูกพันธุ์ปลากะพงขนาด 3 นิ้ว ซึ่งต้องเป็นลูกพันธุ์จากแหล่งทะเลสาบสงขลาเท่านั้น จากนั้นนำมาปล่อยในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ใช้วิถีการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ใช้เวลาในการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดผสมปลาสดสับประมาณ 1-2 ปี เพื่อให้ได้ปลากะพงน้ำหนัก 3-5 กิโลกรัม ซึ่งความพิเศษของทะเลสาบสงขลาที่ทำให้ปลากะพงได้ชื่อว่า เป็นปลาสามน้ำ มาจากกระแสน้ำขึ้น น้ำลง ที่ทำให้น้ำมีภาวะเป็นทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย หมุนเวียนตลอดทั้งปี ปลาจากที่นี่จึงมีความพิเศษกว่าทั่วไป เพราะจะมีเนื้อแน่น นุ่ม มัน ไม่คาว รสชาติดี เนื้อปลามีสีขาว มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แบ่งเป็น
