ปลากุเลา
“ตำบลบางตาวา” เป็นชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่งของอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ชาวตำบลบางตาวามีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ เพราะมีทำเลที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวปัตตานี มีแพลงตอนเป็นอาหารปลาจำนวนมากมาย ส่งผลให้ปลาชุกชุมตามไปด้วย กลายเป็นแหล่งเพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจต่างๆ มากมาย จนได้รับการขนานนามว่า “มดลูกทะเล” ชาวตำบลบางตาวาจำนวนมากยึดอาชีพประมงชายฝั่งเป็นรายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัว พวกเขารีบตื่นก่อนตะวันขึ้น เพื่อล่องเรือประมงออกไปจับปลา ตั้งแต่ ตี 4 ตี 5 ช่วงสายๆ ก็นำปลาทะเลสดๆ เช่น ปลาอินทรี ปลากุเลา ปลาหลังเขียว ปลากระเบน ปลาหมึกกล้วย ฯลฯ ไปส่งขายที่ตลาดท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง “กุเลา” ราชาแห่งปลาเค็ม…สุดยอดความอร่อย ปลากุเลา เป็นปลาน้ำกร่อย รูปร่างคล้ายปลายี่สก มักหากินแพลงตอนอยู่ตามหน้าดินโคลนพบได้ทั่วไปแถบฝั่งทะเลอ่าวไทย ปลากุเลามีรูปร่างเรียวยาว ลักษณะลำตัวแบนค่อนข้างหนา หัวค่อนข้างเล็ก จะงอยปากสั้น สันหลังสีเทาปนเขียว ครีบหลังและครีบหางมีรอยแต้มสีเทาที่ปลาย ครีบอื่นๆ มีสีเหลือง ปลากุเลา มีลักษณะเนื้อนุ่ม นิยมแปรรูปเป็นปลาเค็ม เพราะมีรสชาติอร่อยมาก
เชื่อว่า หลายคนชอบกินปลากุเลาเค็ม โดยเฉพาะเมนูข้าวผัดปลากุเลาเค็ม ทอดมันปลากุเลาเค็ม สปาเกตตี้ปลากุเลาเค็ม หลนปลากุเลาเค็ม คะน้าปลากุเลาเค็ม ผัดผักบุ้งปลากุเลาเค็ม กุ้งสับผัดปลากุเลาเค็ม ยำปลากุเลาเค็มทอด หากมีเมนูอาหารเหล่านี้วางตรงหน้า มั่นใจว่าหลายคนคงขอเติมข้าวสวยอีกหลายๆ รอบ เพื่อลิ้มลองรสชาติความอร่อยของปลากุเลาให้สะใจกันสักมื้อ วิถีชีวิตปลากุเลา “กุเลา” เป็นปลาที่ชอบอยู่เป็นฝูง มักหากินหน้าดินโคลน ตั้งแต่ริมชายฝั่งทะเลไปจนถึงบริเวณห่างจากฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร พบมากบริเวณปากอ่าวปัตตานี ปากคลองต่างๆ กุเลาเป็นสัตว์น้ำที่ชอบล่าเหยื่อ โดยเฉพาะสัตว์น้ำตัวเล็กๆ เช่น ปลาหลังเขียว ปลากะตัก กุ้งเคย ฯลฯ นับเป็นความโชคดีที่ได้พบเห็นปลากุเลาในทะเลปัตตานี เพราะเป็นดัชนีชี้วัดว่า ท้องทะเลปัตตานียังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ระบบห่วงโซ่อาหารในทะเลยังเป็นไปอย่างครบวงจร มีสัตว์น้ำขนาดเล็กที่เป็นแหล่งอาหารของปลากุเลาและปลาใหญ่ชนิดอื่นๆ ชาวประมงพื้นบ้านปัตตานียังคงใช้เครื่องมืออวนปลากุเลาในการจับปลากุเลา ซึ่งเป็นอวนที่ต้องพึ่งพาการไหลของกระแสน้ำเป็นหลัก ช่วงเวลาที่ชาวประมงพื้นบ้านมักจับปลากุเลาได้ คือช่ว
