ปลาประจำชาติ
นายสุรศักดิ์ ยิ้มย่อง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/4 หมู่ที่ 8 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ซึ่งประกอบอาชีพช่างตัดผม แต่หารายได้เสริมด้วยการเพาะเลี้ยงปลากัดสวยงามกว่า 30 บ่อ หรือกว่า 10,000 ตัว จนปัจจุบันกลายเป็นรายหลักที่เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย ทั้งที่เพิ่งจะเพาะปลากัดขายได้ประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา เนื่องจากหลงใหลในสีสันความสวยงาม ทำให้ลงทุนเพาะขยายพันธุ์ด้วยตัวเองและเรียนรู้วิธีการเลี้ยง การให้อาหาร การดูแลรักษาผ่านทางยูทูบ โดยได้ทดลองผสมพันธุ์ปลากัดแบบธรรมชาติ จนได้สีสันที่สวยงาม แปลกตา ซึ่งสามารถขายได้เดือนละประมาณ 30-50 ตัว ราคาตั้งแต่ตัวละ 200-10,000 บาท เลยทีเดียว โดยหลัง ครม. มีมติเห็นชอบให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ก็ยิ่งทำให้กระแสตอบรับดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกค้าสนใจสั่งจองผ่านเฟซบุ๊กของตนจำนวนหลายสิบราย ส่วนใหญ่ชอบโทนสีขาว สีธงชาติไทย ในตระกูลนีโม่และสีเหลืองส้ม ซึ่งมีสีสันที่สวยงาม นิยมนำไปเลี้ยงในตู้ปลาเพื่อความสวยงาม ทั้งยังเพาะขยายพันธุ์ได้ง่าย ทนทานต่อโรค และให้ความเพลิดเพลินหลังเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ซึ่งตนได้สร้างตู้ไฟขึ้นมาเพื่อใช้ส่องดูสีของปลากัดโดยเฉพาะ
วันที่ 23 พฤศจิกายน นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวในระหว่างเปิดงานขับเคลื่อนปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติในงานตลาดเกษตรพรีเมี่ยม ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ในวันที่ 21-25 พ.ย. ว่าเพื่อประกาศให้ปลากัดเป็นปลาประจำชาติ โดยนำเสนอครม.พิจารณาเรื่องนี้ในเดือนธ.ค. นี้ เป็นการอนุรักษ์ปลากัดให้อยู่คู่บ้านเมืองไทยอย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดให้อยู่คู่บ้านเรื่อนคนไทยคาดว่าจะเกิดจะเกิดการต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยมีการสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการต่อยอดปลากัดเข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เช่น เคสโทรศัพท์ พวงกุญแจ แก้วกาแฟ ผ้าพันคอ หมอน เสื้อผ้า กระเป๋า และสแตมป์ปลากัด นายอดิศร กล่าวต่อว่า จากแผนปฎิรูปเกษตร ไทยแลนด์ 4.0 ได้สร้างปัจจุบันปลากัดไทย มีแนวโน้มขยายตัวส่งออกได้ดีขึ้น เพราะเกษตรกรมีศักยภาพการเลี้ยงพัฒนาสายพันธุ์เป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับต่างชาติ จึงเตรียมผลักดันเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เนื่องจากมีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม พาณิชย์ แสดงอัตลักษณ์ให้สัตว์น้ำสวยงามไทยที่มีตำนานมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยารวมระยะเวลากว่า 700 ปี จากเดิมเป็นการเลี้ยงเพื่อเล่นกีฬากัดปลา ปั
