ปลาอินทรี
ที่ตลาดปลาทสึกิจิ ตลาดปลาใหญ่สุดของญี่ปุ่น จะมี ปลาโอ หรือที่โลกเขาเรียกว่า ปลาทูน่า เป็นสินค้าหลัก ทั้งที่ส่งไปขายทั่วญี่ปุ่นและส่งออกไปทั่วโลก ปีหนึ่งหลายล้านล้านตัน คนชอบคิดว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าไฮเทคแต่ถ่ายเดียว ที่จริงญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าทะเล โดยเฉพาะปลารายใหญ่ของโลกนะ กองเรือประมงของญี่ปุ่นมีอิทธิฤทธิ์เกรียงไกรและมีขนาดใหญ่ระดับโลก หาปลาไปทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะในน่านน้ำของตัวเองเท่านั้น ชาวประมงญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นชาวประมงที่เก่งฉกาจ เพราะมีประสบการณ์มาเป็นพันปี คนไทยมักคิดว่า ปลาซาบะ เป็นปลาญี่ปุ่น เพราะชื่อเป็นญี่ปุ่น ซึ่งจริง แต่จริงไม่หมด ซาบะนั้นเป็นชื่อญี่ปุ่น แต่ปลาซาบะที่ขายในเมืองไทยส่วนใหญ่มาจากยุโรป หรือปากีสถาน อินเดีย และจีน และเป็นซาบะแช่แข็งส่งมาทุ่มตลาดจนราคาถูก เหลือตัวละไม่ถึง 20 บาทแล้ว ซาบะ จัดเป็นปลาราคาถูก คุณภาพสมราคา ชื่อชั้นเป็นรองปลาทูน่าหรือกระทั่งปลาทูของไทย เพราะเนื้อยุ่ยกว่า และคงความสดได้ไม่นาน ทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมงก็มีกลิ่นแล้ว เขาถึงชอบเอามาย่างซีอิ๊วเพื่อให้ดับกลิ่นคาว ขณะที่ปลาโอเนื้อแน่นกว่า ซาบะ เป็นปลาตระกูลเดียวกับปลาอินทร
เมื่อเอ่ยถึง“ปลาส้ม” เรานึกถึงอะไรกันบ้างครับ? ถ้าเป็นคนชอบกินกับข้าวอีสาน ภาพจำที่วาบขึ้นมาคงเป็นปลาตะเพียนทั้งตัว บั้งข้าง ควักไส้ออก ยัดข้าวสวยหรือข้าวนึ่งเข้าไปแทน หมักกับกระเทียม เกลือ จน “ส้ม” คือมีรสเปรี้ยว กลิ่นหอม จากปฏิกิริยาการบ่มตัวของแป้งข้าวกับเนื้อปลาสด เวลากินก็ทอดน้ำมัน หรือห่อใบตองกล้วยย่างเตาถ่าน ไม่ก็นึ่งในลังถึง แนมด้วยกระเทียมสด หอมเจียว ตะไคร้ซอย พริกขี้หนูสด หรือพริกแห้งเจียว ใบมะกรูดทอด ขิงอ่อนหั่นชิ้นลูกเต๋า ใบผักชีต้นหอม ฯลฯ บางคนชอบเอาไปหลนกะทิสด จะใส่หมูสับหรือไม่ใส่ก็ได้ ก้างปลานั้นก็กรองทิ้งไป ได้อารมณ์ของสำรับหลน ซึ่งแต่เดิมคือเครื่องจิ้มที่มีข้าวหมากเป็นส่วนประกอบอย่างสำคัญ เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะลืมๆ กันไปแล้วกระมังครับ ว่าหลนนั้นส่วนใหญ่ต้องมีข้าวหมากเป็นเครื่องปรุงอยู่ด้วย นอกจาก ปลาส้มสายอีสาน ยังมีสำรับมุสลิมภาคใต้ ที่เรียกเนื้อปลาชิ้นใหญ่ทอดเคล้าน้ำปรุงพริกตำเคี่ยวในน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูว่า “ปลาส้ม” ด้วย คือเป็นปลาทอดที่ปรุงรสเปรี้ยวนำนั่นเอง ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปได้ปลาอินทรีสดชิ้นย่อมๆ จากร้านปลาที่ตลาดเช้ามาสองสามชิ้น ปกติปลาอินทรีสดเขามักทอดจ
