ปลูกกระท้อน
“ กระท้อนนาปริก ”เป็นกระท้อนพื้นเมืองที่มีประวัติการปลูกมายาวนานกว่า 30 ปี ปลูกในพื้นที่บ้านนาปริก ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เนื่องจากปลูกในแหล่งดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ มีน้ำใต้ดินที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญในการปลูก และพัฒนาผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระท้อนนาปริกสตูลมีรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสชาติหวาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากกระท้อนในพื้นที่อื่น จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นับเป็นสินค้า GI ที่ขับเคลื่อนตามนโยบาย Soft Power ผลไม้ไทย สร้างมูลค่าให้จังหวัดกว่า 15 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวชุมชน การปลูก นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปลูกกระท้อนตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมปลูกเพิ่มขึ้นในปี 2562 – 2563 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับวิธีการปลูกกระท
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี โดย นายแพทย์ปิยะเดช วลีพิทักษ์เดช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย แพทย์หญิงนุชรินทร์ อักษรดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช นำเสนอนิทรรศการผลงานเด่น “การพัฒนากระท้อน GI ของดีเมืองลพบุรีสู่ไอศกรีมกระท้อนชาววัง” ในการประชุมผู้บริหารระดับสูง กระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารและผู้เข้าร่วมการประชุมจำนวนมาก ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีได้มีนโยบาย “จังหวัดลพบุรีแผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์” ได้เห็นความสำคัญของกระท้อนตะลุงซึ่งเป็นผลไม้รสชาติดีของจังหวัดลพบุรีที่ได้รับการรับรอง GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากผลการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารในปี 2567 พบว่าปลอดภัยจากสารปนเปื้อน 100% จึงได้ส่งเสริมบริษัท อินเตอร์โฟกัสฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตไอศกรีมผลไม้ในจังหวัดลพบุรี ให้ผลิตไอศกรีมจากกระท้อนและให้การอนุญาต อย.เชิงรุก
ของดีมีคุณภาพ! สองสามีภรรยา ข้าราชการครูบำนาญ ปลูกกระท้อนอินทรีย์ ไร้สารเคมี เพียงแค่ 23 ต้น โดยใช้เนื้อที่หลังบ้าน 3 ไร่ เพื่อเป็นอาชีพรองรับหลังเกษียณ ผลผลิตกลับงดงามด้วยความตั้งใจ ลูกโต หวาน ปุยฝ้ายเยอะ โกยรายได้หลักแสนบาทต่อปี เผยจะทำการห่อผลทุกลูก และคัดคุณภาพ ก่อนส่งจำหน่าย โดยส่งขายทั่วประเทศกิโลกรัมละ 40-70 บาท เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนกระท้อนสุวรรณศิลป์ ตั้งอยู่เลขที่ 29 หมู่ 2 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นสวนของ นายไพรัตน์ สุวรรณศิลป์ อายุ 64 ปี นางมยุรา สุวรรณศิลป์ อายุ 61 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นข้าราชการครูบำนาญ โดยได้ริเริ่มทำสวนผสมผสาน ในที่ดินเนื้อที่แค่เพียง 3 ไร่ เมื่อช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับไว้เป็นอาชีพในชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ โดยปลูกกระท้อนพันธุ์ดี จำนวน 23 ต้น แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ 1.พันธุ์เขียวหวาน ผิวเป็นสีเขียว ผลไม่โตมาก แต่เนื้อข้างในมีความอร่อย ปุยน้อย รสชาติหวานมาก ไม่มีรสเปรี้ยว 2.พันธุ์อีล่า มีผลขนาดปานกลาง ผิวสีเหลือง มีเส้นติดผิว ปุยนุ่มมาก รสชาติหวาน ส่วนเมล็ดหวานอมเปรี้ยวนิดๆ แต่เนื้อนุ่มมาก 3.พันธุ์ทองอุไร
