ปลูกกัญชง
วัฒนธรรมชาวเขาเผ่าม้ง ถือว่า “กัญชง” พืชพื้นบ้านเป็นของมงคล และมีวิถีชีวิตผูกพันกับ “กัญชง” ตั้งแต่เกิดจนตาย ชาวม้งลอกเส้นใยจากเปลือกกัญชง ใช้เป็นสายสิญจน์ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ผูกมือให้กับเด็กที่เกิดใหม่ ใช้ในพิธีเข้าทรงเพื่อสื่อสารกับวิญญาณบรรพชน ใช้เปลือกกัญชงมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม สวมใส่ในงานมงคล วันปีใหม่ และในช่วงสุดท้ายของชีวิต เพื่อเดินทางไปสู่สวรรค์ ชาวม้งยังนิยมใช้ “กัญชง” เป็นเครื่องดื่มแทนใบชา เป็นอาหาร และเป็นยารักษาโรค โดยเคี้ยวเมล็ดสดๆ เพื่อเป็นยาสลายนิ่วและบํารุงเลือด ชาวม้งใช้ประโยชน์จากกัญชงมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ เปลือกกัญชงมีความเหนียว เมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้า จึงมีความเหนียวนุ่มทนทาน ยิ่งใช้ไปนานวัน ผ้าจะยิ่งนุ่มมากขึ้น ต่อมาทางการมีนโยบายห้ามปลูกต้นกัญชงเพราะจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่ให้สารเสพติด ชาวม้งจึงไม่มีวัตถุดิบในการผลิต จึงต้องสั่งซื้อผ้าใยกัญชงจาก สปป.ลาว พม่า และจีนยูนนาน เข้ามาใช้แทน ต่อมาปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ทรงผลักดันให้มีการศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไท
หลังจาก อย. เผย กฎกระทรวงฯ กัญชงฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 29 มกราคม 2564 เป็นต้นไป เปิดให้ทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร ภาครัฐ เอกชน ประชาชน และบุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถขออนุญาตและนำกัญชงไปใช้ได้ในทุกวัตถุประสงค์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งกิ่ง ก้าน ใบ ราก ลำต้น และดอก ถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับเกษตรกรทั่วไปที่มองแห่งช่องทางการสร้างรายได้จากส่วนนี้ ทนพ.ปิยะวิทย์ สาสุข หรือ พี่เนป เลขที่ 121 หมู่ที่ 3 บ้านลำภูพาน ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย นักเทคนิคการแพทย์ ผันตัวเป็นเกษตรกรเจ้าของไร่สาสุข ที่เริ่มต้นมาจากการเลี้ยงไส้เดือน และทันทีที่มีการปลดล็อกให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจได้ นักเทคนิคการแพทย์ท่านนี้ก็ไม่รอช้าที่จะเตรียมตัวขออนุญาตเพื่อที่จะปลูกกัญชงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอาศัยความได้เปรียบจากอาชีพเดิมที่เคยทำมาประกอบจนสามารถขอใบอนุญาตการปลูกกัญชงมาได้สำเร็จ พี่เนป เล่าถึงที่มาของการเริ่มต้นปลูกกัญชงให้ฟังว่า เดิมทีไร่สาสุขจะปลูกข้าวเป็นหลัก แต่ด้วยสถานการณ์ราคาข้าวที่ต่ำลง ทำแล้วแทบไม่เห็นกำไร จึงมีความคิดมองหาพืชตัวใหม่มา
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ปลูกกัญชงในเชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ยืนยันขณะนี้ ยังไม่มีบริษัทใดหรือเกษตรกรรายใด ยื่นเอกสารขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง เพื่อมาปลูกและขาย หากมีข้อสงสัยศึกษาเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th/Pages/HomeP_D2.aspx กด กัญชง นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงว่า จากที่มีกระแสตื่นตัวการปลูกกัญชง อย่างกว้างขวาง คณะกรรมการอาหารและยามีความห่วงใยเกษตรกรที่ให้ความสนใจจะปลูกกัญชงในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดหรือเกษตรกรรายใด ยื่นเอกสารขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง เพื่อมาปลูกและขาย แต่มีการไปรวบรวมเกษตรกรที่ต้องการปลูกกัญชง แล้วทำเป็นเครือข่ายเกษตรกรปลูกกัญชงในหลายจังหวัด “การประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นเพียงการอนุญาตให้บริษัท จำนวน 7 บริษัท เป็นผู้มีคุณสมบัตินำเข้าเมล็ดพันธุ์ แต่ยังไม่มีใครได้รับอนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากการนำเข้าในแต่ละครั้ง ต้องได้รับใบอนุญาตทุกครั้งที่นำเข้าด้วย และยังไม่มีบริษัทได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชง เนื่องจากการข
