ปลูกขิง
ขิง มีสรรพคุณทางยามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยขับเหงื่อ ไล่ความเย็น ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น ในทางยานิยมใช้ขิงแก่ เพราะขิงยิ่งแก่จะยิ่งเผ็ดร้อนและจะมีใยอาหารมาก ขิงรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน รักษาไข้หวัด รักษาอาการไอ ขับเสมหะ โดยนำขิงสดมาคั้นน้ำให้ได้ประมาณครึ่งถ้วย ผสมน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้งแก้อาการท้องเสีย ท้องร่วง ฯลฯ (โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์) ขิงไม่ชอบสภาพน้ำท่วมขัง คุณสมชาติ แสนยากุล ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 10 ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ คุณสมชาติปลูกขิงมานานแล้วควบคู่กับการทำธุรกิจส่วนตัวที่กรุงเทพฯ “ ผมปลูกขิงเอาไว้บนเชิงเขาเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดน้ำขังเพราะขิงไม่ชอบสภาพน้ำท่วมขังทำให้เน่าเสียง่าย การผลิตขิงต้องมีความพิถีพิถันในการปลูกและการดูแลจึงทำให้ได้ผลผลิตขิงที่มีราคาดี” คุณสมชาติ เริ่มต้นเล่าให้ฟัง การปลูกขิงในพื้นที่เข็กน้อย เกษตรกรมักจะเลือกปลูกขิงพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ที่สามารถหาได้ทั่วไปในพื้นที่ ส่วนวิธีการปลูกขิงเนื่องจากขิงมีโรคระบาดค่อนข้างมาก เกษตรกรในพื้นที่จึงต้องสลับพื้นท
ระยะที่มีอากาศร้อนและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกขิงให้เฝ้าระวังโรคเหี่ยว ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นขิง อาการเริ่มแรกใบแสดงอาการม้วนห่อ สีของใบซีด ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแห้ง บริเวณโคนต้นมีอาการฉ่ำน้ำ ลำต้นเน่าหลุดออกจากเหง้าได้ง่าย หักพับ แต่ไม่มีกลิ่นเหม็น หากตรวจดูที่ลำต้นจะพบส่วนของท่อลำเลียงน้ำและอาหารมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อผ่าลำต้นตัดตามขวางและนำมาแช่ในน้ำสะอาดประมาณ 5-10 นาที จะพบของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนมไหลออกมา เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นขิงที่เริ่มแสดงอาการของโรคเหี่ยว ให้ขุดต้นที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุโรค จากนั้นให้โรยด้วยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง ส่วนในแปลงที่มีการระบาดของโรค หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ให้เกษตรกรเก็บส่วนต่างๆ ของพืชที่เป็นโรคนำไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูกทันที สำหรับการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในฤดูปลูกถัดไป เกษตรกรควรเลือกพื้นท
“เขาค้อ” เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่หนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์แล้ว ที่นี่ยังเป็นทำเลทองของการเพาะปลูกพืชผักไม้ผลนานาชนิด รวมทั้ง “ขิง” พืชสมุนไพรทำเงิน ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวอำเภอเขาค้อมาอย่างยาวนาน ขิง พืชทำเงิน ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นชุมชนชาวเขาเผ่าม้งปลูกขิงอย่างแพร่หลายกว่า 30 ปี นอกจากปลูกขิงขายสร้างรายได้แล้ว ยังนิยมบริโภคขิงบำรุงสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากขิงเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยขับเหงื่อ ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่น หากนำขิงแก่มาต้มน้ำดื่มยิ่งได้ประโยชน์ เพราะขิงแก่มีรสเผ็ดร้อนและมีใยอาหารมาก ใช้ดื่มบำรุงสุขภาพ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะจากโรคไข้หวัดได้อย่างดี การปลูกขิงให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี เกษตรกรต้องพิถีพิถันในการปลูกดูแล เริ่มจากการคัดเลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม เนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคพืชและไม่ทนต่อสภาพน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ขิงเน่าเสียได้ง่าย เกษตรกรส่วนใหญ
จากสภาพอากาศร้อนและมีฝนตกในบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกขิงให้เฝ้าระวังโรคเหง้าเน่า ที่สามารถพบได้ในระยะที่มีการเจริญเติบโตทางต้น อาการเริ่มแรกใบจะเหี่ยวม้วนเป็นหลอดสีเหลือง และจะลุกลามจากส่วนล่างขึ้นไปยังส่วนปลายยอดจนแห้งตายทั้งต้น บริเวณโคนต้นและหน่อที่แตกออกมาใหม่มีลักษณะฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำ เมื่อผ่าลำต้นตามขวางจะพบเมือกแบคทีเรียไหลซึมออกมาเป็นสีขาวขุ่น ลำต้นเน่า และหลุดออกจากเหง้าได้ง่าย อาการบนเหง้ามีลักษณะฉ่ำน้ำสีคล้ำ ต่อมาเหง้าจะเน่าในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นขิงที่เริ่มแสดงอาการของโรคเหง้าเน่า ให้ขุดต้นไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุโรค จากนั้น ให้โรยด้วยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับในแปลงที่มีการระบาดของโรค หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ให้เกษตรกรเก็บส่วนต่างๆ ของพืชที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูกทันที การป้องกันกำจัดโรคเหง้าเน่าในฤดูปลูกถัดไป เกษตรกรควรเลือกพื้นที่ในการปลูกท
