ปลูกผักบนดาดฟ้า
วิถีคนเมือง เป็นวิถีชีวิตที่ต้องใช้เวลาไปกับการเดินทางและการทำงานเกือบ 12 ชั่วโมง ซึ่งทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและพักผ่อนค่อนข้างน้อย เรื่องทำอาหารกินในบ้านค่อนข้างยาก ถึงแม้จะปรุงอาหารเองก็ต้องซื้อผักจากตลาด ซึ่งหมายถึงผักที่ใช้สารเคมี ยิ่งผักที่มาจากต่างประเทศยิ่งแล้วใหญ่ ผักเหล่านี้ผ่านการขนส่งมาทางรถยนต์มีระยะทางหลายพันกิโลเมตรกว่าจะมาถึงเมืองไทย แต่ยังคงสดอยู่ ไม่รู้ว่าราดสารเคมีมามากเท่าไร ปัจจุบันเราบริโภคผักหลายอย่างจากต่างประเทศ การปลูกผักกินเองเป็นความฝันสำหรับคนในเมืองที่เคยมีชีวิตเด็กๆ อยู่ในชนบท แต่ต้องมาทำงานในเมืองใหญ่ ผักในสวนที่ปลูกเองและในป่ารอบบ้านที่ธรรมชาติปลูกเป็นผักที่ปลอดจากสารเคมี สามารถนำมา บริโภคได้โดยสนิทใจ ถือว่าเป็นผักปลอดภัยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการยากสำหรับการปลูกผักเองในเมือง แต่ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย ยังมีคนส่วนหนึ่งที่มุ่งมั่นที่จะทำการเกษตรในเมืองใหญ่ ถึงแม้จะขาดแคลนปัจจัยต่างๆ เช่น สถานที่ วัสดุปลูก แต่คุณครสวรรค์ ประกิ่ง หรือ คุณอั๋น ไม่ได้คิดแบบนั้น ความมุ่งมั่นจึงทำให้เกิดสวนผักบนดาดฟ้าตึกแถวที่จินตนาการแล้วยังนึกไม่ออกว่าเกิด
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างหนอ ในสายลมร้อนและแอบมีหนาวในบางวัน อุณหภูมิเปลี่ยนแปรยากจะควบคุม แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และกังวลว่าจะเกิดในหลายพื้นที่นั่นคือภาวะแล้ง จากภาพข่าวหลายๆ พื้นที่ประสบภาวะภัยแล้งระบาดหนักยิ่งกว่าไวรัสจากอู๋ฮั่น แม่น้ำลำคลองแห้งผากจนแตกระแหง ผมยังจำภาพอันน่ากลัวของแผ่นดินทุ่งกุลาร้องไห้ในตอนเด็กได้ดี ดินแตกระแหง ไอแดดที่แผดเผาจนทุกอย่างดูกรอบเกรียม หรือภาพนั้นยังตามมาหลอกหลอนในวัยนี้อีกหนอ น้ำ คือปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับอาชีพเกษตร มีน้ำก็ต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด หากขาดน้ำวันใดก็เหมือนสิ้นใจในวันนั้น เกษตรกลางใจเมืองกรุง เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ผมอยากนำเสนอเป็นอย่างมาก มิได้อยากเห็นเพียงตึก สองตึกเท่านั้น แต่อยากเห็นหลายๆ ตึก หรือทุกตึกได้มีกิจกรรมเช่นนี้ มีแปลงผักที่บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีผักที่หลากหลายไว้บริโภคเอง หรือจะนำไปแจก แลก ขาย ก็สุดแท้แต่เจ้าของจะดำเนินการ สำคัญมากไปกว่านั้นคือการสร้างระบบนิเวศน์ สร้างสีเขียวให้เพิ่มขึ้นในพื้นที่เมือง และผมเองก็ได้พบกับแปลงผักกลางใจเมืองจริงๆ เป็นแปลงผักดาดฟ้าที่ห้างเซ็นเตอร์วัน อนุ
