ปลูกผักไว้กินเอง
การปลูกพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะได้อาหารสะอาด ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่าย แถมได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วย เริ่มแรก ควรเลือกพืชผักที่ปลูกง่าย ได้ผลเร็ว เช่น ผักบุ้ง ผักชี กระเพรา โหระพา ผักกาดกวางตุ้ง เป็นตัวอย่าง ถ้าในช่วงฤดูหนาว อาจเป็นผักกาดขาว หรือผักสลัดก็ได้ เมล็ดพันธุ์ที่นำมาปลูกต้องใหม่ มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูง ภาชนะปลูกมีให้เลือกได้หลายแบบ ถ้าต้องการให้สวยงาม ทำรางยกระดับเป็นชั้นด้วยไม้เนื้อแข็ง หรือแคร่ไม้ไผ่กรุภายในด้วยผ้าพลาสติกสีดำ ทะลวงก้นให้ระบายน้ำได้ดี หรือปลูกในกระถาง หรือกะละมังเจาะก้น เลือกได้ตามความต้องการ ดินปลูกต้องร่วนซุย เก็บความชื้นได้พอเหมาะ และระบายน้ำได้ดี ตัวอย่าง ใช้ดินร่วน กาบมะพร้าวสับหรือแกลบดิบ และปุ๋ยคอกเก่า ในอัตรา 3 : 1 : 0.5 ทั้งนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้หากสามารถหาวัสดุอื่นๆ ได้ง่าย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ลงในภาชนะปลูก ปรับผิวให้เรียบ หว่านเมล็ดบางๆ ให้ทั่ว กลบด้วยวัสดุปลูกชนิดเดียวกัน ให้กลบเมล็ดแล้วรดน้ำตาม พืชผักบางชนิดอาจจำเป็นต้องเพาะให้งอกก่อน โตพอประมาณแล้วจึงย้ายปลูก เช่น ผักกาดชนิดต่างๆ ในกรณีที่บริเวณบ้านมีหอยทาก หรื
หากใครนิยมบริโภคผักเป็นอาหารหลัก คงทราบทันทีว่ามีราคาแพง ด้วยความสงสัยจึงลองสอบถามแม่ค้าตามตลาดสด พบว่า สาเหตุมาจากสภาพอากาศผันผวนเปลี่ยนแปลงกระทบกับผู้ปลูกผัก ทำให้มีผักน้อยราคาจึงสูงเมื่อรวมกับต้นทุนค่าขนส่งอีก เคยลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรปลูกผักที่แปลง เขาเผยให้ฟังว่า เกษตรกรบางรายรีบเก็บผักส่งตลาด ทั้งที่เพิ่งฉีดสารเคมี เพราะไม่ทันความต้องการของตลาด พอฟังอย่างนี้แล้วรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที เห็นจะต้องหันไปพึ่งผักปลอดสารแบบมีหีบห่อดีกว่า แต่ก็ไม่วายยังได้รับข้อมูลอีกว่าผักปลอดสารดังกล่าวใช่ว่าจะเป็นของจริงไปเสียทั้งหมด บางแห่งมีการแอบอ้างเพื่อหลอกผู้บริโภคหวังเป็นการค้า แล้วคราวนี้ใครเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่พวกเรา… ถ้าเป็นเช่นนี้เห็นทีต้องชวนท่านผู้อ่านปลูกผักไว้กินเองคงจะดีแน่!! ความจริงกระแสการปลูกผักเพื่อให้ปลอดภัยในการบริโภคมีทำกันมากหลายแห่ง โดยเฉพาะภาคเอกชนที่พยายามจุดประกายเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกันหลายจุด ตั้งแต่ผู้ปลูกไปจนถึงผู้ขาย พอมาภายหลังหน่วยงานราชการหลายแห่งกระโดดลงมาร่วมวงด้วย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ต่อการบริโภค แล้วยังทำให
