ปลูกพืชร่วมยาง
ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ราคายางพาราในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้เกษตรกรผู้ทำสวนยางพาราหลายรายจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ จากที่เคยทำสวนยางพาราสร้างรายได้หลักเพียงอย่างเดียว ต้องหาอย่างอื่นทำเพิ่ม เพื่อให้มีรายได้เข้ามาทดแทนในยามราคายางพาราตก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ เพราะถ้าหากมองในแง่ของการทำเกษตรกับพืชชนิดอื่น ข้อดีของการปลูกยางพาราน่าจะอยู่ตรงที่ในระยะยาวมีเงินออมที่ได้จากการขายไม้ยางในช่วงยางหมดอายุ ซึ่งพืชเกษตรอื่นไม่มีรายได้ส่วนนี้ และการทำสวนยางค่อนข้างมีการจัดการดูแลสวนที่ไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญมีพื้นที่ว่างระหว่างร่องเยอะ ทำให้สามารถปลูกพืชร่วมยางได้หลากหลายชนิด และยังช่วยเป็นพืชพี่เลี้ยงสร้างร่มเงาให้กับพืชชนิดอื่นได้เป็นอย่างดี คุณบุญชู สิริมุสิกะ เจ้าของ สวนไผ่อาบู ตั้งอยู่ที่ 142 หมู่ที่ 5 ตำบลลำภี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา อดีตวิศวกรผันตัวทำเกษตร ต่อยอดสวนยางพาราของพ่อกับแม่ ปลูกพืชผสมผสาน ทั้งไม้ผล พืชผักสมุนไพร และเน้นการปลูกไผ่ และไม้เศรษฐกิจแซมในสวนยาง สร้างรายได้แบบไม่รู้จบ พี่บุญชู เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกร ตนท
ชาวสวนยางพาราในอดีตปลูกทุกอย่างที่กินหรือใช้ในครอบครัว ทำงานอยู่ในสวนยางประมาณ 10-12 ชั่วโมง ต่อวัน สวนยางในอดีตจึงเปรียบเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ตและตู้เย็นที่มีชีวิต มักพูดกันติดปากว่า อยากได้อะไรก็ไปหาจากป่ายาง แต่ระยะหลังเกษตรกรหันมาปลูกยางในลักษณะพืชเชิงเดี่ยว ทำให้วิถีชีวิตชาวสวนยางแบบดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเจอวิกฤตยางพาราราคาตกต่ำ ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย ปี 2557 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จึงกำหนดนโยบายให้สงเคราะห์ปลูกยางพาราทดแทนแบบผสมผสาน โดยปลูกยางพันธุ์ดีไม่น้อยกว่า 40 ต้น ต่อไร่ ร่วมกับไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เกษตรกรหลายรายตัดสินใจลงทุนทำ “สวนวนเกษตรยางพารา” (Rubber Agroforestry) ซึ่งเป็นการปลูกยางพาราโดยมีพืชอื่นๆ ปลูกร่วมและปลูกแซม ทำให้ภายในสวนยางพารามีความหลากหลายของพืชและสัตว์เพิ่มมากขึ้น มีแมลงช่วยผสมเกสร ตัวเบียน ช่วยกินศัตรูพืช จุลินทรีย์ดินช่วยย่อยสลาย ไส้เดือนช่วยทำให้ดินร่วนซุย ฯลฯ สวนวนเกษตรห้วยหาด บังหมัดฉา หรือ คุณหมัดฉา หนูหมาน เจ้าของสวนวนเกษตรห้วยหาด เป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการสร้างป่าในสวนยางพารา บังหมัดฉา อาศ
