ปลูกยาง
นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสว่า ปัจจุบันจังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่ปลูกยางพารา จำนวน 929,888 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 58 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดในจังหวัด) ซึ่งจากรายงานการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนราธิวาส (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มกราคม 2565) พบการระบาดซ้ำในพื้นที่ จำนวน 13 อำเภอ รวมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น จำนวน 753,698 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 81 ของพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมดในจังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 66,281 ราย สำหรับอำเภอที่พบการระบาดมากที่สุดคือ อำเภอสุคิริน ซึ่งพบการระบาด 76,800 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่ปลูกยางทั้งหมดในอำเภอ) รองลงมาคือ อำเภอระแงะ พบการระบาด 96,759 ไร่ (ร้อยละ 93 ของพื้นที่ปลูกยางในอำเภอ) อำเภองี่งอ พบการระบาด 29,725 ไร่ (ร้อยละ 92 ของพื้นที่ปลูกยางในอำเภอ) และอำเภอบาเจาะ พบการระบาด 21,799 ไร่ (ร้อยละ 90 ของพื้นที่ปลูกยางในอำเภอ) สำหรับแผนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยาง
‘กฤษฎา’ หนุนส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ และลดพื้นที่ปลูก 30% จะช่วยรักษาเสถียรภาพยางได้ สอดคล้องกับผลศึกษาม.หอการค้า ต้องลดพื้นที่ปลูกยาง – นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ เนื่องจากกำลังการผลิต 4.5 ล้านตันต่อปี ใช้ในประเทศเพียง 6 แสนตัน หรือประมาณ 14.2% เท่านั้น ส่วนใหญ่ถูกนำไปส่งออกมากถึง 86% ทำให้ตลาดมีอำนาจเป็นผู้กำหนดราคา เนื่องจากการซื้อขายเป็นแบบซื้อขายล่วงหน้า จะส่งมอบยางพาราตามที่กำหนดไว้ในสัญญา เมื่อเทียบมาเลเซีย ซึ่งใช้ยางพาราในประเทศ 35% และส่งออก 65% ทำให้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของมาเลเซียไม่รุนแรงเท่ากับไทย โดยราคายางแผ่นดิบขณะนี้ กิโลกรัมละ 40 บาท ต้นทุนอยู่ที่ 63 บาท ซึ่งธนาคารโลกเคยวิเคราะห์ไว้ว่า ใน 5 ปีข้างหน้า ราคายางพาราจะไม่เกิน 2 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 66 บาท อีกทั้งขณะนี้ สงครามการค้ามีผลกระทบโดยตรงต่อราคายาง เพราะอุตสาหกรรมที่ใช้ยางพารามาก ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่ดี กำลังซื้อรถยนต์ต่ำลง ส่งผลให้ความต้องการยางพาราในตลาดโลกล
นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากข้อเสนอของสภาเกษตรกรแห่งชาติต่อการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ในการเปิดให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ให้สามารถแจ้งข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราได้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลได้ทราบและมีข้อมูล จำนวนพื้นที่ปลูก และผลผลิตที่เป็นจริง สำหรับใช้ประกอบในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับยางพาราของรัฐบาลรวมทั้งการให้ความช่วยเหลือยามมีภัยพิบัติหรืออื่นๆอย่างถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ซึ่งกยท.ได้รับข้อเสนอนี้ และได้ประกาศให้เกษตรกรแจ้งข้อมูลดังกล่าวระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 ธันวาคม 2559 นั้น ปรากฏว่ามีเกษตรกรที่ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง กยท.จึงได้ขยายเพิ่มระยะเวลาการแจ้งตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2560 สภาเกษตรกรแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรจึงขอแจ้งถึงเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลต่อการยางแห่งประเทศไทย ขอให้ติดต่อหน่วยงานของการยางในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูล ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอกสารสิทธิในที่ดิ
