ปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนทุกรูปแบบทั้งโรงงานและฟาร์มปศุสัตว์ ร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้วกว่า 575,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2563 พร้อมใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เดินหน้าสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน นายจารุบุตร เกิดอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ตระหนักดีถึงการมีส่วนร่วมลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงมีการวางแผนบริหารจัดการธุรกิจเพื่อรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมรอบด้าน โดยนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วางแผนระบบโลจิสติกส์ ลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร ตลอดจนการทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการ และดำเนินโครงการปลูกป่าพื้นที่ป่าต้นน้ำและป่าชายเลน สนับสนุนเป้าหมายของบริษัทฯลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อมลง 25% ในปี 2568 เทียบกับปีฐาน 2558 การส
เอสซีจี โดย นายมงคล เฮงโรจนโสภณ (ซ้าย) ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และประธานคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน เอสซีจี รับรางวัลยอดเยี่ยม จากโครงการตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (LCSi: Low Carbon and Sustainable Business Index) จาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (ขวา) ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในงาน “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน” จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยเอสซีจีได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 28 ในปี 2573 (เทียบกับกรณีปกติ ณ ปีฐาน 2550) เพื่อควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส และได้เริ่มพิจารณาเป้าหมายที่สอดคล้องกับการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส และเป้าหมายเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Carbon อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทในเครือฯ ยังได้ดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยลดโลกร้อนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้รับรางวัลและการรับรองเครื่องหมายต่างๆ ภายในงานนี้ด้วยเช่นกัน ได้แก่ การรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ จำนวน 65 ผลิตภัณฑ์ การ
