ปักชำ
ไผ่ เป็นพืชที่มีความสำคัญผูกพันต่อวิถีชีวิตของคนและชุมชนตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน โดยนำมาเป็นไม้ใช้สอยและเพื่อบริโภค รวมทั้งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานหน่อไม้กระป๋อง การเลี้ยงหอยทะเล ไม้ตะเกียบ ไม้เสียบอาหาร ไม้จิ้มฟัน เฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมกระดาษ ทำให้ไม้ไผ่ที่อยู่ตามธรรมชาติถูกทำลายเหลือน้อยลง ทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน (พืชสวน) จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไผ่เพื่อทดแทนและปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้แก่ครอบครัว ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน (พืชสวน) สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเทคนิคการขยายพันธุ์ไผ่ว่ามีหลายวิธี เช่น การขยายด้วยเมล็ด การแยกกอหรือเหง้า การตัดปล้องปักชำ การปักชำกิ่งแขนง การตอนกิ่งแขนง และการเพาะเนื้อเยื่อ สำหรับวิธีการขยายพันธุ์ไผ่ที่สะดวก ประหยัด และง่าย ได้ผลดี ได้แก่ การปักชำกิ่งแขนง ซึ่งทางศูนย์ได้นำเอานวัตกรรมมาปรับใช้และประสบความสำเร็จ เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่ เคล็ดลับการปักชำกิ่งแขนง เลือกกิ่งแขนงไผ่ที่สมบูรณ์ อายุไม่เกิน 1 ปี สังเกตกิ่งแขนงจะไม
การปลูกผักสวนครัวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังได้ผักที่ปลูกเองแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี แถมยังได้ผักสดๆ จากบ้านตัวเองมาใช้ทำอาหารในแต่ละมื้อได้อีกด้วย หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยลดของเหลือจากผักที่กินไม่หมด และได้ผักสดๆ กลับมากินอีกครั้งด้วยวิธีการ “ปักชำ” ซึ่งเป็นการนำผักที่เหลือจากการใช้ในครัวมาปักชำใหม่ให้แตกยอดอีกครั้ง เรามาดูกันว่า ผักชนิดไหนบ้างที่สามารถปักชำใหม่ได้ง่ายๆ และโตไว สะระแหน่ เป็นพืชล้มลุก เลื้อยตามพื้นดิน ลำต้นสีแดงเข้ม เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีกลิ่นหอม ขยายกิ่งก้านออกโดยใช้ไหลหรือลำต้นใต้ดิน สะระแหน่เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งในแสงแดดรำไรและแดดจัด เหมาะที่ปลูกในสภาพอากาศแห้งและความชื้นต่ำ ชอบน้ำชุ่มและน้ำสม่ำเสมอ วิธีปลูกโดยการปักชำ การเลือกกิ่งสะระแหน่ : เลือกกิ่งที่สดและแข็งแรง ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว (10-15 เซนติเมตร) ตัดใบล่างออกประมาณครึ่งหนึ่ง เหลือใบส่วนบนไว้ เพื่อช่วยลดการคายน้ำ การปักชำ • ถ้าปักชำในน้ำ : ให้เตรียมน้ำสะอาดใส่แก้วหรือภาชนะ แล้วนำกิ่งสะระแหน่ปักลงไปโดยให้โคนกิ่งจมในน้ำ 1-2 นิ้ว • ถ้าปักชำในดิน : ให้เตรียมดินที่ร่วนซุยและระ
ปัจจุบัน การขยายพันธุ์มะม่วง เกือบทั้งหมดจะใช้วิธีการทาบกิ่ง มีบางส่วนใช้วิธีการเสียบยอดบนต้นตอในกรณีที่มียอดมะม่วงพันธุ์ดีจำนวนน้อย โดยปกติแล้วต้นที่เสียบยอดจะมีขนาดเล็กกว่ากิ่งทาบ ในความเป็นจริงแล้วมะม่วงจัดเป็นไม้ผลที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย แม้ว่าต้นมะม่วงจะมีอายุหลายปี ถ้าเกษตรกรต้องการจะเปลี่ยนพันธุ์ก็ทำได้ไม่ยุ่งยากโดยมีเทคนิค ดังต่อไปนี้ การทาบกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูแนวใหม่ แบบสวนคุณวารินทร์ ชิตะปัญญา เลขที่107/1 หมู่ 1 ต.บ้านฉาง จ.ระยอง การขยายพันธุ์โดยวิธีการทาบกิ่งแนวใหม่นี้เป็นการประยุกต์ การทาบมะม่วงแบบเก่าที่จะเพาะต้นตอในแปลงเพาะกล้า เมื่อต้นตอมีขนาดลำต้นเท่าแท่งดินสอก็จะสามารถถอนต้นไปปาดแผลขึ้นทาบกิ่งได้เลย โดยไม่ต้องนำต้นตอไปอัดถุงขุยมะพร้าวก่อนแล้วจึงจะนำไปขึ้นทาบได้ เริ่มต้นจากปาดกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูที่ต้องการทาบให้เป็นแผลยาว ประมาณ 1-1.5 นิ้ว จากนั้นถอนต้นตอมะม่วงพื้นเมืองปาดให้เป็นลิ่มแผลยาว ประมาณ 1-1.5 นิ้ว เช่นกัน ส่วนด้านตรงข้ามให้ปาดเป็นแผลเล็กน้อย จากนั้น ประกบแผลของต้นตอพื้นเมืองกับกิ่งอาร์ทูอีทูให้สนิทใช้พลาสติกพันกิ่งจากด้านล่างขึ้นบนให้แน่น จากนั้นนำข
ในแวดวงของนักวิชาการเกษตรและเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในเชิงพาณิชย์ต่างก็ยอมรับกันว่า มะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษ (พันธุ์แป้นดกพิเศษมีลักษณะผลและคุณภาพเหมือนกับพันธุ์แป้นรำไพทุกประการ แต่ผลผลิตดกกว่า 4-5 เท่า ในอายุต้นที่เท่ากันและมีการติดผลเป็นพวง) เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการผลผลิตมากที่สุด เนื่องจากพันธุ์ที่ออกดอกและติดผลง่าย ขนาดของผลค่อนข้างโต เปลือกผลบางและมีปริมาณน้ำในผลมาก มีอายุตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ที่สำคัญมะนาวทั้ง 2 สายพันธุ์ดังที่ได้กล่าวมา สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่ายมาก ที่ผ่านมาในอดีตการปลูกมะนาวของเกษตรกรไทยนิยมปลูกโดยใช้กิ่งตอนหรือกิ่งปักชำโดยคิดว่าต้นเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว โดยไม่ได้นึกถึงปัญหาในเรื่องของระบบรากที่ไม่แข็งแรงเพราะมีแต่รากฝอย เมื่อต้นมะนาวเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่มักจะพบปัญหาว่าต้นมะนาวทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากที่ภาระเลี้ยงผลมาก อีกทั้งกิ่งตอนมะนาวเกือบทั้งหมดที่ขยายพันธุ์มาปลูกมักจะมีโรคไวรัสทริสเทซ่าและโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้นมะนาวทรุดโทรมเร็ว ผลผลิตต่ำและมีอายุสั้นลง อีกทั้งยังพบปัญหาเรื่องโรคโค
มะกรูด ถือเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย ส่วนต่างของมะกรูดสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด ไม่ว่า ใบมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหย และใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร ผลมะกรูดใช้แต่งกลิ่น สระผม ผิวจากลูก บำรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น เป็นต้น สายพันธุ์มะกรูดแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือสายพันธุ์ที่ให้ผลมะกรูดดกตลอดปี ผิวผลค่อนข้างเรียบ และผลมีขนาดเล็ก อีกสายพันธุ์หนึ่งเป็นพันธุ์ผลใหญ่ และติดผลเป็นพวง ในการปลูกนั้น ควรเลือกสภาพพื้นที่ต้องมีการระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขัง มีระดับ pH 5.5-7.0 ดินมีอินทรียวัตถุสูง หรือปรับแต่งได้ด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยพืชสดได้ ควรมีการไถพรวนก่อนเพื่อช่วยไม่ให้ดินแน่นแข็งเกินไป ในการปลูกมะกรูดเพื่อเป็นการค้านั้น ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกโดยการยกร่อง มีความกว้างของแปลง 1 เมตร ยกระดับความสูงของแปลง ประมาณ 20-25 เซนติเมตร ความห่างระหว่างจุดกึ่งกลางของแปลง 1.5 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ดดยใช้วิธีปลูกแบบสลับฟันปลา การใช้ระยะปลูกที่ห่างกว่านี้ไม่มีความจำเป็น เนื่องจากการผลิตใบมะกรูดต้องอาศัยกรรมวิธีในการตัดแต่ง ซึ่งเท่ากับเป็นการควบคุมขนาดพุ่มต้นพร้อมกันด้วย กิ่งพันธุ์
