ปัญหาดินเค็ม
ปัญหาดินเค็มและดินไม่อุ้มน้ำถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เนื่องจากเมื่อหลายล้านปีก่อนพื้นที่นี้เคยเป็นทะเล ทำให้มีชั้นหินเกลือแทรกในชั้นน้ำใต้ดิน และพื้นที่เป็นดินทราย ซึ่งเก็บกักน้ำและสารอาหารได้น้อย ในฤดูฝน น้ำฝนจะซึมลงดินอย่างรวดเร็ว ในฤดูแล้ง น้ำใต้ดินจะไหลขึ้นผ่านช่องว่างของเม็ดดิน แล้วเกิดผลึกเกลือที่ผิวหน้าของดิน ส่งผลให้การเพาะปลูกพืชเป็นไปได้ยากลำบาก จึงเป็นโจทย์สำคัญที่สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดทำโครงการ “การศึกษาแนวทางการหน่วงน้ำในนาข้าวของพื้นที่ชลประทานด้วยการประยุกต์ใช้ไบโอซีเมนต์” ขึ้น มาขยายผลสู่การแก้ปัญหาความเค็มของดินในนาข้าว และการบริหารจัดการน้ำในแปลงนาที่ประสบปัญหาดินเค็ม โดยทดลองนำร่องในพื้นที่แปลงนา ณ สถานีทดลองการใช้น้ำชลประทานที่ 3 (ห้วยบ้านยาง) ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญศรี นักวิจัยจากกลุ่มวิจัยวัสดุชีวภาพอัจฉริยะและเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. กล่าวว่า ไบโอซีเมนต์ (Bio Cement) เป็นปูนซีเมนต์ที่เกิดจากจุลินทรีย์กลุ่
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุม แก้ไขปัญหาการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวในพื้นที่ดินเค็ม จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับกรมชลประทาน เกษตรจังหวัด และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือร่วมกันถึงการแก้ไขปัญหาดินเค็มในพื้นที่ปลูกข้าวของในจังหวัดเพชรบุรี ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พร้อมกันนี้อธิบดีกรมการข้าวยังได้ลงพื้นที่ดูงานแปลงนาที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และดินเค็ม รวมถึงเขื่อนกั้นน้ำระหว่างน้ำเค็มและน้ำจืดที่กำลังประสบปัญหาน้ำเค็มหนุนเข้ามาปะปนกับ น้ำจืด ที่ส่งผลตกระทบต่อการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านในพื้นที่ นายสุดสาคร เปิดเผยว่า ดินเค็มเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อการปลูกข้าวมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อผลผลิตข้าวในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงถึง ร้อยละ 50 โดยปัญหาดินเค็มนั้น จะส่งผลให้ดินเกาะตัวแน่น เนื่องจากเกลือที่เข้าไปลดพื้นที่ของช่องอากาศภายในดิน ทำให้น้ำซึมลงสู่ดินยาก ทำให้ข้าวที่หว่านไม่เจริญเติบโต อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที
