ปัญหาภัยแล้ง
ปัญหาภัยแล้งนอกจากทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตรและแหล่งน้ำ ด้วยผืนดินขาดความชุ่มชื้น พืชขาดน้ำและชะงักการเจริญเติบโต ทำให้ปริมาณผลผลิตลดน้อยและคุณภาพต่ำ ในขณะที่ไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่สำคัญในตลาดโลก ‘สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)’ หรือ สวก. ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาต่อยอดภาคการเกษตร เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง ด้วยการร่วมมือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน บริษัท มดทองพัฒนา จำกัด และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำองค์ความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการทำฝนเทียม ด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่ต่ำ ผลงานของห้องปฏิบัติการหลักของรัฐด้านอุทกวิทยาและวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิงหัว สาธารณรัฐประชาชนจีน มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย จากการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ จะต้องศึกษาความเป็นไปได้ทั้งในเชิงเทคนิค วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะอากาศและพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีการสนับสนุนทุนวิจัย ร่วมดำเนินโครงการ ซึ่งคัดเลือกพื้นที่ในเขื่อนและอ่างเ
กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่จังหวัดตาก ชู 5 โครงการสำคัญในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอสามเงา อำเภอบ้านตาก และอำเภอแม่สอด หวังบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ และเพิ่มความสามารถการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บ่ายวันนี้ (7 ตุลาคม 2566) ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสามเงา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดตาก พร้อมรับฟังปัญหาและมอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ถุง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมี นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดตากมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่ได้ดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 34 แห่ง ปัจจุบันอยู่ระ
กรมชลประทาน จัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุกน้ำ เข้าไปช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร หวังบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดปัญหาภัยแล้งขึ้น ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เนื่องจากมีปริมาณฝนที่ตกน้อย ส่งผลให้สวนทุเรียนของเกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และโครงการชลประทานชุมพร ร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2566 จังหวัดชุมพร จัดส่งเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุกน้ำ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนทุเรียนเป็นการเร่งด่วน ด้วยจัดส่งรถบรรทุกน้ำจำนวน 5 คัน เพื่อสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร นอกจากนี้ ยังได้นำรถแบคโฮ จำนวน 3 คัน พร้อมด้วยรถบรรทุก (เทรลเลอร์) เข้าไปขุดลอกแหล่งน้ำในคลองดินแดง หมู่ที่ 5 ตำบลเขาค่าย และขุดลอกแหล่งน้ำในคลองสวีหนุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค่าย เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ ทั้งนี้ ยังได้วางแผนที่จะสนับสนุน เครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุก เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติมจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภา
กรมชลประทาน จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมของการร่วมลงทุน เน้นความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับมากที่สุด เป็นไปตามพรบ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ว่า โครงการฯ ดังกล่าว เป็นการสานต่อความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ที่อาจจะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับนโยบายการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรด้านต่างๆ ทำให้เขื่อนภูมิพลมีพื้นที่ว่างเพียงพอที่จะรับน้ำผันจากลุ่มน้ำยวมมาเติมได้เฉลี่ยปีละ 1,834 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเป็นน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่ชลประทานแม่ปิงตอนล่างในเขตจังหวัดกำแพงเพชร และพื้นที่โครงการเจ้าพระยา
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมแบ่งปันน้ำปุ๋ยจากระบบบำบัดของฟาร์มสุกรและโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชในชุมชนรอบสถานประกอบการ บรรเทาผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นรุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะกระทบกับการเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกร บริษัทจึงเตรียมความพร้อมแบ่งปันน้ำ จากฟาร์มสุกรที่ออกมา จากระบบไบโอแก๊สและผ่านระบบการบำบัดแล้ว โดยให้แต่ละฟาร์มสำรวจความต้องการเกษตรกร และเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือในการจ่าย “น้ำปุ๋ย” ให้กับเกษตรกรที่อยู่รอบๆ ฟาร์ม ช่วยลดความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตรจากวิกฤติแล้ง ตอบรับนโยบายของภาครัฐที่ให้ผู้ประกอบการนำน้ำที่ผ่านระบบบำบัด เป็นน้ำที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดแล้วมาช่วยการเพาะปลูกของเกษตรกร ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2545 ซีพีเอฟได้แบ่งปันปันน้ำปุ๋ย ให้พี่น้องเกษตรกรหลายพื้นที่นำไปใช้ในไร่อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส ปาล์ม สวนผลไม้ ฯลฯ อย่างต่อเนื่องจนถึงปีนี้มีเกษตรกร 113 ราย รับน้ำไปใช้ในแปลงเพาะปลูกบนพื้นที่รวม 3
