ปากพนัง
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ปี 2568” นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าวถึงการจัดโครงการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จและองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งสื่อมวลชนคือกำลังสำคัญในการถ่ายทอดพระราชปณิธานการพัฒนา สู่การรับรู้ของสังคมอย่างถูกต้องและกว้างขวางต่อไป กิจกรรมในวันแรก คณะสื่อมวลชนจะได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ โดยมีนายมานพ ลิ้มทองใบ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บรรยายสรุปถึงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ในบริหารจัดการปัญหา 4 น้ำ 3 รส ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็ม น้
ส้มโอทับทิมสยาม ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราชในเวลานี้ ที่สามารถปั่นรายได้เข้าสู่กระเป๋าเกษตรกร เนื่องจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค คุณปรเมศวร์ วัลดาว เกษตรตำบลคลองน้อย เล่าว่า คุณเสริม แขดวง ถือเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านการเงิน เศรษฐกิจ หรือพูดง่ายคือความเก่ง ความรอบรู้ ต่อมาด้านศีลธรรม คือเรื่องของการแบ่งปันความรู้ การช่วยเหลือผู้อื่น รวมไปถึงส่งมอบโอกาสดีๆ ให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีพืชผลเศรษฐกิจทำรายได้ดีอย่างส้มโอทับทิมสยาม ด้วยสาเหตุที่ว่า ยังไม่มีคู่แข่งผลิตส้มโอทับทิมสยามที่ได้คุณภาพ และผ่านการรับรองจาก GI ถึงแม้อาจจะมีเกษตรกรนอกอำเภอ นอกจังหวัด เอากิ่งพันธุ์ไปปลูก แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของรสชาติ ความหวาน ได้ดีกว่าส้มโอทับทิมสยามของตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช “ผมมองว่าในพื้นที่นี้ มันก็เป็นส้มโอทับทิมสยาม และถ้าให้พูดกันตรงๆ พืชที่ทำรายได้ดีที่สุดของอำเภอปากพนัง คือส้มโอทับทิมสยาม แต่ว่า
ความเป็นมาของเกาะนาง, ยมโดย หรือ เกาะนางโดย ตามที่เคยรู้จักมักคุ้นกันนั้น มีเรื่องราวเป็นตำนาน เล่าขานกันมานาน โดยเฉพาะในแถบปากพนัง กล่าวกันว่า นางโดยถูกลอยแพมาจากผืนทะเลที่ห้อมล้อมพื้นที่ผืนดิน อันเป็น ตำบลบ่อน้อย อำเภอปากพนัง ในปัจจุบัน ซึ่งนางโดยลอยมาติดอยู่บริเวณผืนดินแห่งนี้ นางโดยเป็นลูกของตาม่องล่ายกับแม่รำพึง ตาม่องล่ายเป็นคนจีนมีเชื้อสายจีน เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เหมือนกับคนจีนอีกหลายกลุ่ม ต่างอพยพโยกย้ายถิ่น สมัยนั้น ซึ่งถือว่ากรุงสยามเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะมาตั้งรกราก เข้ามาทำมาหากิน คนจีนโพ้นทะเลได้เดินทางกันมาด้วยเรือสำเภา หรือเรือใบ ตาม่องล่ายก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น ได้มาแต่งงาน อยู่กินกับแม่รำพึง หญิงสาวชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผืนทะเล เรียกกันว่า “อ่าวแม่รำพึง” ต่อมา ตาม่องล่ายยึดอาชีพเป็นพ่อค้าของป่า ซื้อดีหมี ดีหมูป่า หนังสัตว์ต่างๆ เดินทางไปขายทั่วราชอาณาจักรสยาม ต่อมา นางรำพึง ได้กำเนิดลูกสาวคนหนึ่ง ชื่อนางหรือนางโดย ครอบครัวตาม่องล่ายก็ยังดำเนินอาชีพค้าขายเรื่อยมา วันหนึ่งตาม่องล่ายมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับไปยังประเทศจีนอีกครั้ง ก่อนท
โรงเรียนที่เปิดรองรับนักเรียนเข้าศึกษาในพื้นที่อำเภอปากพนัง เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ปัจจุบันมีหลายแห่ง แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเทศบาลที่ก่อตั้งมานานและอยู่ในความดูแลของรัฐบาล มีไม่กี่แห่ง และโรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็เป็นหนึ่งในหลายโรงเรียนที่สามารถปลูกฝังนักเรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ไม่น้อยไปกว่าโรงเรียนเอกชนแห่งอื่นในพื้นที่อำเภอปากพนัง โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอปากพนัง มีการแข่งขันในเชิงวิชาการค่อนข้างสูง โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็เช่นกัน แต่ในการแข่งขันในเชิงวิชาการ โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็มีมุมของการส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกๆ ด้านอย่างพอเพียงไปพร้อมกัน ดร. สุชาติ เอียดวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 บอกว่า คำว่า “พอเพียง” ในรัชกาลที่ 9 ไม่ได้นำมาใช้เฉพาะกับงานเกษตร แต่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกด้านในชีวิต โดยนำมาส่งเสริมให้เข้ากับแต่ละวิชา ซึ่งอาจารย์แต่ละสาขาวิชาที่มีอยู่ 77 คน ก็เข้าใจในสิ่งที่ต้องถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และแทรกซึมเข้าไปในการดำรงชีวิตทุกๆ ด้าน มุ่งหวังให้ลูกศิษย์นำไปใช้ได้จริง โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1
ลุ่มน้ำปากพนัง มีลักษณะพิเศษกว่าลุ่มน้ำอื่นๆ ในแถบชายทะเลภาคใต้ด้านอ่าวไทย กล่าวคือ แนวทิวเขานครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำปากพนังมีแนวเกือบขนานกับแนวชายทะเล จากแหลมตะลุมพุกลงไปจนจดเขตอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ลักษณะภูมิประเทศของลุ่มน้ำทางด้านตะวันตกเป็นเขาสูงทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ เริ่มจากเขาหลวง เขาวังหีบ ในเขตอำเภอลานสกา เขามุดและควนหิน ในเขตอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีแนวเกือบขนานกับแนวชายฝั่งทะเล สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปลาดเทจากเขาลงสู่แนวชายทะเลทางทิศตะวันออก สภาพภูมิประเทศอาจแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ ตอนบนทางด้านตะวันตกเป็นภูเขาสูงมีความลาดชันมาก ประมาณ 1 : 200-1 : 400 ตอนล่างถัดจากเชิงเขาลงไปเป็นพื้นที่ควนสลับซับซ้อน และมีพื้นที่ราบสูงแปลงเล็กๆ สลับกันไปถัดจากพื้นที่ควนลงไปเป็นพื้นที่ราบลาดเทลงสู่แม่น้ำปากพนังฝั่งตะวันตก ส่วนตอนล่างพื้นที่ระหว่างแม่น้ำปากพนังกับสันทรายริมทะเลเป็นพื้นที่ราบลุ่ม แอ่งที่ลุ่มอยู่ค่อนไปทางสันทรายและมีแนวเกือบขนานกับสันทราย พื้นที่ส่วนใหญ่ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำปากพนังในเขตอำเภอวิเชียรใหญ่ และอำเภอปากพนัง เป็นที่ราบ
