ปุยฝ้าย
กระท้อน “ปุยฝ้ายลพบุรี” เป็นกระท้อนที่นำสายพันธุ์จากจังหวัดนนทบุรีมาปลูกในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่ตำบลตะลุง ตำบลงิ้วราย และตำบลโพธิ์เก้าต้น ปลูกลงในดินที่มีลักษณะร่วนปนทราย จนได้กระท้อนที่มีรสชาติหวาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร กระท้อนปุยฝ้ายของแท้ 100% ต้องมาจากสวนแม่ขวัญเมือง ร.ต. ผจญ อู่พยัคฆ์ และ คุณขวัญเมือง อู่พยัคฆ์ เกษตรกรและเจ้าของสวน กระท้อนแม่ขวัญเมือง ในพื้นที่ หมู่ที่ 12 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี การันตีรสชาติและคุณภาพของกระท้อนปุยฝ้าย ทั้งเนื้อผิวที่เนียนละเอียดและนุ่มเหมือนกำมะหยี่ และรสชาติหวานกลมกล่อมกำลังดีที่ปลูกมานานกว่า 20 กว่าปี กระท้อนปุยฝ้าย สวนแม่ขวัญเมือง มีน้ำหนักประมาณลูกละ 200-500 กรัม หรือ 3-4 ลูก เท่ากับน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคาขายจะเริ่มต้นอยู่ที่ 70-100 บาท กระท้อนปุยฝ้าย สวนแม่ขวัญเมือง เป็นกระท้อนที่มีลักษณะผลใหญ่ ทรงกลมแป้น ผิวเรียบเนียน สีเหลืองนวลสวย เนื้อด้านในเป็นปุยสีขาว รสชาติหวาน เหมาะสำหรับดัดแปลงเป็นอาหารทานเล่นหรือของหวาน เช่น กระท้อนลอยแก้ว ปัจจุบัน สวนแม่ขวัญเมือง ปลูกกระท้อนปุยฝ้ายในพื้นที่ 9 ไร่ มีต้นกระท
มีผู้คนจำนวนไม่มากนัก ที่พอจะรู้ที่มาของชื่อจังหวัดเล็กๆ จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย รอยต่อจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง จังหวัดที่กล่าวถึงนี้คือ จังหวัดสตูล คำว่า สตูล เดิมมาจาก คำว่า “สะโตย” แปลว่า “กระท้อน” มาจากภาษามาลายู ในอดีตชาวบ้านทั่วไปในจังหวัดสตูลนิยมปลูกต้นกระท้อนพื้นบ้านเกือบทุกครัวเรือน ลูกกระท้อนพื้นบ้านจะมีลูกขนาดเล็ก ประมาณ 10-15 ลูก ต่อกิโลกรัม บางต้นมีรสชาติหวาน บางต้นมีรสชาติเปรี้ยว แล้วแต่สภาพภูมิอากาศและดินตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันค่อนข้างจะหายาก เพราะคนทั่วไปนิยมรับประทานกระท้อนสายพันธุ์ใหม่ สวนกระท้อนของเกษตรกรในยุคปัจจุบันที่ปลูกกันอยู่ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เป็นช่วงที่เกษตรกรแถบหมู่บ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลิตผลเกือบทุกชนิด ถ้าปีไหนผลไม้ราคาดีก็จะเห็นเจ้าของสวนใส่ทองเส้นโตกันเลยทีเดียว เราได้มีโอกาสมาเยี่ยมสวนกระท้อนของ บังเหม หรือ คุณอับรอเหม เด็นสำลี ที่บ้านเลขที่ 15 บ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควน
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน ตัดสินใจปลูกพืชแบบผสมผสานไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจเป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทน์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจแนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียวคือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อปลูกไผ่ตง เพียง 2 ป
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน วัย 66 ปี ตัดสินใจปลูก “กระท้อน” เป็นพืชแบบผสมผสาน ไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจ เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทน์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจ แนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียว คือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้
