ปูขาว
การเพาะเลี้ยง “ปูขาว” เป็นอีกอาชีพทางเลือกที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเขตชายฝั่งทะเลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการสูง เลี้ยงง่าย โตไว ใช้พื้นที่ไม่มาก และสามารถต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างคุ้มค่า แต่ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์มและการควบคุมสภาพแวดล้อมการเลี้ยงที่เหมาะสม กรมประมงจึงได้ขยายองค์ความรู้และนวัตกรรมการเลี้ยงปูขาว (Scylla paramamosain) เพื่อเพิ่มรายได้และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนอาชีพอย่างยั่งยืน ภายใต้ทุนวิจัย Application Technology หรือ App Tech ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สวก. หรือ ARDA โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงปูขาวเชิงนิเวศ ตลอดจนการจัดการระบบการผลิตตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงและเกิดผลในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอาชีพประมงอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป นายชัยวุฒิ สุดทองคง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง เปิดเผยว่า ได้เริ่มดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่นำร่องของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีเกษต
เกษตรกรในอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส มอง “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งถูกมองว่าเป็นปลาต่างถิ่นชนิดพันธุ์รุกรานในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็น “ทรัพยากที่มีมูลค่า” ของชุมชน โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในลุ่มน้ำปากพนังมากกว่า 30 ราย ได้นำปลาหมอคางดำที่จับได้ใช้เป็นอาหารเลี้ยงปูขาว แทนการใช้ปลาทะเลสด ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรจากการเลี้ยงปู พร้อมทั้ง สร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านในพื้นที่จับปลามาขายเกษตรกร เป็นอีกแนวทางที่เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเป็นระบบ สะท้อนการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจชุมชนและสิ่งแวดล้อม นายณัฏฐชัย นาคเกษม หรือ “พี่โชค” เกษตรกรผู้เลี้ยงปูขาว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในลุ่มน้ำปากพนัง เปิดเผยว่า ศูนย์เรียนรู้เชิงประยุกต์น้ำเค็มเพื่อการผลิตปูขาว บ้านเนินหนองหงส์ ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งเรียนรู้และทดลองเลี้ยงปูขาวในบ่อกุ้งเดิมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยได้ดำเนินการศึกษาและทดลองใช้ “ปลาหมอคางดำ” เป็นอาหารเลี้ยงปูขาวมานานกว่า 2 ปี แนวทางนี้เกิดจากความต้องการแก้ปัญหา ต้นทุนกา
ปูทะเล นับเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนให้ความนิยมในการบริโภค เพราะมีรสชาติที่อร่อย อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะปูทะเลในสกุล Scylla ที่พบในน่านน้ำไทยมี 4 ชนิด คือ ปูดำหรือปูแดง (Scylla olivacea) ปูเขียวหรือปูทองโหลง (Scylla serrata) ปูม่วง (Scylla tranquebarica) และ ปูขาวหรือปูทองหลาง (Scylla paramamosain) แต่ปัจจุบันพบว่าปริมาณปูทะเลในธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จำเป็นต้องเร่งหาแนวทางการเพิ่มปริมาณปูทะเลให้มากขึ้น และสนับสนุนให้มีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์เพื่อลดการจับจากธรรมชาติ นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงมีนโยบายที่จะเร่งศึกษาค้นคว้าวิจัยในการผลิตลูกพันธุ์ปูทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณในธรรมชาติ ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่ง “ปูขาว” หรือ “ปูทองหลาง” เป็นปูทะเลอีกสายพันธุ์หนึ่ง ที่กรมประมงกำลังผลักดันให้มีการศึกษา วิจัย การเพาะขยายพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการปล่อยคืนสู่ธรรม
