ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่เนื้อที่ 22 ไร่ ในพื้นที่ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เขาชื่นชอบต้นไผ่เป็นอย่างมาก ปลูกไผ่จำนวน 3 พันธุ์ คือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง ไผ่หม่าจู คุณณรงค์ชื่นชอบการปลูกไผ่หม่าจูเป็นพิเศษเพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น ลำต้นไผ่หม่าจูสามารถทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง ส่วนหน่อไม้พันธุ์หม่าจู มีรสชาติหวานกรอบอร่อย ไม่มีขม ไผ่หม่าจูจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอกสี นำไปรับประทานได้โดยที่ไม่ต้องต้มน้ำเพื่อลวกหน่อไม้ นำมาปรุงอาหารได้เลย ไผ่พันธุ์หม่าจู ขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ 1. การตอนกิ่งแขนง ไม่สามารถนำกิ่งที่มีความอ่อนมาใช้ได้ กิ่งที่นำมาใช้จะต้องอยู่ในช่วงกลางๆ ไปจนถึงระดับที่เรียกว่าแก่เลยทีเดียว 2. การเพาะชำเหง้า หากช่วงนั้นพื้นดินมีความชื้นสูงๆ ก็สามารถนำลำต้นปักลงหลุมได้ทันที ไผ่รวก ไม้อเนกประสงค์ ส่วนไผ่รวก คุณณรงค์ปลูกเป็นแถวเพื่อใช้เป็นแนวบังลม เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีลมค่อนข้างแรงในบางฤดู ไผ่รวกเป็นไผ่ที่ปลูกได้ง่าย แต่ใช้เวลาปลูกดูแลนานถึง 4 ปีเลยทีเดียว กว่าที่ไผ่รวกจะเติบโตโดยสมบูรณ์แบบ ส่วนหน่อไผ่
บนเนื้อที่ 11 ไร่ ภายในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้จัดสรรพื้นที่จัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตามปณิธาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ปัจจุบันได้ผสมผสานกับโครงการ โคก หนอง นา โมเดล ในการทำเป็น “ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย” เพื่อเปิดกว้างให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ เพื่อนำไปต่อยอดใช้ดำรงชีวิตแบบพอเพียงตามปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ นาวาตรี ทองสุข ถาวงษ์กลาง รองประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย และ พันจ่าเอก ทัศ นิลบุตร ผู้ดูแลชุดผู้ปฏิบัติฯ รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทยได้พาสื่อมวลชนชมพื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์พร้อมอธิบายในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มลงมือปลูกพืชผักต่างๆ กรรมวิธี เทคนิคในการปรุงดินจนถึงนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ นาวาตรี ทองสุข อธิบายว่า หลักการของเราคือ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ให้การสนับสนุนเต็ที่ดินโดยได้รับนโยบายจากกองทัพเรือ ในการน้อมนำเอาแนวความคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นศาสตร์ความรู้ ความพัฒนา ที่ยั่งยืนของ
