ผลกระทบภัยแล้ง
จากสภาพอากาศของประเทศที่เริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้ในหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร รวมถึงน้ำใช้สำหรับอุปโภค-บริโภคแล้ว นอกจากนี้ยังมีบางหน่วยงานกังวลว่า หน้าแล้งใน ปี 2562 นี้ จะหนักกว่าทุกปี ซึ่งจากข้อกังวลดังกล่าวทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเริ่มออกมาให้ข้อมูล เตรียมพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศแล้ว ⦁ สทนช. ยันแล้งนี้ไม่วิกฤต ประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าปีนี้ประเทศไทยจะแล้งหนักสุดในรอบ 30 ปี จากปรากฏการณ์เอลนิโญ จะรับมือไหวหรือไม่ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้คำตอบว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนิโญจะยังคงอิทธิพลต่อเนื่อง แต่เป็นเอลนิโญกำลังอ่อน และจะเข้าสู่สภาวะเป็นกลางช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2562 คาดว่าจะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ 10-20% เฉพาะเดือนเมษายน 2562 ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 10% และคาดว่าปริมาณฝนจะกลับมามีค่าใกล้เคียงกับสภาวะปกติในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มฤดูเพาะปลูกในปีนี้ได้หลังจากผ่านช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว “ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ว่า ฤดูร้อนปีนี้จะมาเร็วและนานมากกว่าทุกปี ซึ่งอาจยาวนานไปจนถึงราวเดือนพฤษภาคม 2562 โดยฤดูร้อนปีนี้จะมีอุณหภูมิร้อนกว่า ปี 2561 และร้อนมากกว่าค่าปกติราว 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในเขื่อน โดยหากพิจารณาปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนของไทยแยกตามรายภาค ณ วันที่ 4 มีนาคม 2562 จะเห็นได้ว่า ปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั้งประเทศลดลง 13.5% (YoY) โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่งสัญญาณชัดเจนจากการที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนในระดับที่ต่ำมาก ทำให้ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสถานการณ์น้ำที่น่าเป็นห่วง และอาจจะเข้าสู่วิกฤติมากขึ้นในเดือนเมษายนนี้ที่จะเป็นช่วงฤดูแล้งอย่างเต็มรูปแบบ หากยังไม่มีน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มเติม ซึ่งจากสัญญาณฤดูร้อนดังกล่าวที่มาเร็วและนานกว่าทุกปี จะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่จะเก็บเกี่ยวเพื่อออกสู่ตลาดในช่วงนี้ให้ลดลง จนอาจกระทบต่อรายได้เกษตรกรให้ต้องเผชิญความท้าทายมา
