ผลผลิตข้าว
สศก. เผย ดัชนีรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก ช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.2561) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 50.44 โดยรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิ เพิ่มขึ้นร้อยละ 61.55 ส่วนรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.35 ย้ำ ภาครัฐยังคงขับเคลื่อน เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 60/61 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายได้ของเกษตรกรในกลุ่มสินค้าข้าว สศก. พบว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าสินค้าอื่นๆ โดยดัชนีรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก ในระยะ 4 เดือน ปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.2561) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย. 2560) ร้อยละ 50.44 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.61 และดัชนีราคาข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.18 หากแยกตามชนิดของพันธ์ข้าวแล้ว รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิ เพิ่มขึ้นร้อยละ 61.55 ส่วนรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้า เพิ่มขึ้นร้อ
โรงสีสงขลาเครียดแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ ขาดเงินซื้อข้าว สะเทือนชาวนาเสียค่าขนส่งขายพื้นที่อื่น ขณะที่โรงสีมีกำลังซื้อกลับเจอเคราะห์ซ้ำ เหตุน้ำท่วมข้าวนครศรีฯ-พัทลุง-สงขลา ทำปี 2561 ผลผลิตลดฮวบ 40% ไม่เพียงพอต่อกำลังการผลิต นายสมศักดิ์ พานิช เจ้าของโรงสีข้าว ทิพย์พานิช และประธานชมรมโรงสีข้าว อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะราคาค้าข้าวเจ้า ในปี 2561 แนวโน้มราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 6,500 บาท/ตัน ที่ความชื้น 25-30% ปัจจัยสำคัญมาจากตลาดราคาข้าวที่ส่วนกลาง และกรุงเทพฯ เป็นผู้กำหนดราคา ทำให้ข้าวภาคใต้ต้องดำเนินการตาม หากราคาข้าวทางภาคใต้ตั้งราคาเองไว้สูงกว่า ก็จะไม่ได้รับการบริโภค นายสมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับนาข้าว จ.สงขลา มีประมาณ 250,000 ไร่ มีข้าวประมาณ 12,000 ตัน/ปี และยังมีนาข้าวรายใหญ่ที่ จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่โรงสีข้าวใน จ.สงขลา มีอยู่กว่า 35 โรง มีขนาดกำลังการผลิตตั้งแต่ 30 ตัน และกว่า 50 ตัน ช่วงหลังโรงสีเริ่มชะลอตัวไม่มีการลงทุนเพิ่ม เนื่องจากใช้เงินลงทุนกันไปมากในช่วงปี 2557 เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการรับจำนำข้าว อย่างโรงสีข้าวทิพย์พานิช ได้
นายบำรุง รื่นบรรเทิง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2560/61 จังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 2 ว่า จังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนนการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2560/61 เพื่อขับเคลื่อนงานตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวตามนโยบายของรัฐบาล โดยการบูรณาการร่วมกันของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสหกรณ์การเกษตรพรหมพิราม จำกัด เพื่อเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรได้มีอำนาจการต่อรองมากขึ้น แก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำในพื้นที่ โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตลาดรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม ทั้งในด้านราคา การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การหักสิ่งเจือปน และไม่ถูฏเอารัดเอาเปรียบ โดยเปิดตลาดรับซื้อข้าวเปลือกตามเกณฑ์คุณภาพข้าวที่กำหนดในราคานำตลาด สูงกว่าตันละ 100-200 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเกิดการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ราคาดียิ่งขึ้น ด้
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เจาะ 8 จังหวัดภาคเหนือ แจงผลวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวเจ้านาปีและข้าวเหนียวนาปี ระบุ ในเขตพื้นที่เหมาะสม ข้าวเจ้านาปี มีต้นทุนการผลิต 4,920 บาทต่อไร่ ผลผลิต 736 กก. ในขณะที่ข้าวเหนียวนาปี ต้นทุนการผลิต 5,529 บาทต่อไร่ ให้ผลผลิต 733 กก. นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการสำรวจวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวเจ้านาปี และข้าวเหนียวนาปีของภาคเหนือ โดยจัดเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิตตามความเหมาะสมทางกายภาพของพื้นที่ 2 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่เหมาะสม (S) และพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) รวม 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ตาก และสุโขทัย เพื่อสนับสนุนโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ ปี 2560 จากผลการวิเคราะห์ต้นทุนผลตอบแทนของ สศก. ที่ได้จากการจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรในพื้นที่ พบว่า ข้าวเจ้านาปี เขตพื้นที่เหมาะสม (S) ต้นทุนการผลิต 4,920 บาทต่อไร่ ผลผลิต 736 กก.ต่อไร่ ต้นทุน 6,658 บาทต่อตัน รายได้ 5,567 บาทต่อไร่ ผลตอบแทน 664 บาทต่อไร่ ส่วนพื้นที่ไม
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน ร่วมกับกรมการข้าว เร่งสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกชุกในช่วงนี้ อาจกระทบต่อผลผลิตมากกว่าที่เคยประมาณการไว้ ปี 2560/61 จะมีปริมาณข้าวออกสู่ตลาดประมาณ 29 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งหากมีปริมาณน้ำฝนในปีนี้มีมาก ส่งผลให้ผลผลิตมีมากกว่าประมาณการ อาจกระทบต่อการบริหารจัดการในช่วงปลายฤดูกาล และในวันที่ 2 มิถุนายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ในฐานะอนุกรรมการกำกับติดตามแผนการผลิตและตลาดข้าวครบวงจร ได้เชิญประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์ผลผลิตข้าวทั้งปี ซึ่งจะร่วมกันประเมินสถานการณ์ข้าวก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไป แหล่งข่าวจากกรมการข้าวกล่าวว่า ผลผลิตข้าวปี 2560/61 คาดว่ามีการปลูกข้าว 66.69 ล้านไร่ ผลผลิต 29.50 ล้านตันข้าวเปลือก เป็นข้าวหอมมะลิ 23.68 ล้านไร่ ผลผลิต 8.07 ล้านตัน ข้าวหอมจังหวัด 3.29 ล้านไร่ ผลผลิต 1.39 ล้านตัน ข้าวหอมปทุม 1.46 ล้านไร่ ผลผลิต1 ล้านตัน ข้าวเจ้า 20.55 ล้านไร่ ผลผลิต 12.20 ล้านตัน ข้า
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวมีข้อมูลพื้นฐานปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทย เฉลี่ยทั้งประเทศบริโภคประมาณ 110 กิโลกรัม (กก.) ต่อคนต่อปี เมื่อดูรายภูมิภาค ปริมาณการบริโภคข้าว ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 142 กก.ต่อคนต่อปี ภาคเหนือบริโภค 109 กก.ต่อคนต่อปี ภาคใต้บริโภค 83 กก.ต่อคนต่อปี ภาคกลางและกรุงเทพฯ บริโภค 46 กก.ต่อคนต่อปี สำหรับปริมาณการบริโภคข้าวในประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม บริโภค 215 กก.ต่อคนต่อปี พม่า บริโภค 228 กก.ต่อคนต่อปี อินโดนีเซีย บริโภค 146 กก.ต่อคนต่อปี จีน บริโภค 82 กก.ต่อคนต่อปี ญี่ปุ่น บริโภค 60 กก.ต่อคนต่อปี เฉลี่ยภาพรวมทั้งโลก บริโภค 61 กก.ต่อคนต่อปี “ปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทยถือว่ายังสูงอยู่ แต่แนวโน้มก็ลดลงตามการพัฒนาของสังคมเมือง ที่ประชากรส่วนใหญ่ในเมืองที่พัฒนาแล้ว ห่วงสุขภาพ ลดการบริโภคแป้ง จึงกระทบต่อการบริโภคข้าว” นายอนันต์กล่าว นายอนันต์กล่าวว่า พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมการข้าวร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน จัดทำแผนการผลิตข้าวครบวงจร 5 ปี (2560-2564) เพื่อสร้างสมดุลให้กับผลผลิต
