ผลิตภัณฑ์ของชุมชน
“แม่ฮ่องสอน” เป็นจังหวัดชายแดนอยู่ทางภาคเหนือตอนบน เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 8 ของประเทศ เสน่ห์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ทรัพยากรทางธรรมชาติในพื้นที่ 7 อำเภอ ที่มีเส้นทางคดเคี้ยว เลี้ยวเลาะหุบเขา รวมทั้งเสน่ห์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม และความมีมิตรไมตรีของ 7 กลุ่มชนเผ่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย กะเหรี่ยง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีประชากรมากที่สุดของชาวไทยภูเขา, ลาหู่ หรือ มูเซอ, ลีซู หรือ ลีซอ, ลัวะ หรือ เลอเวือะ, ม้ง, ปะโอ ที่อพยพเข้ามาจากรัฐฉาน และชาวจีนยูนนาน (จีนฮ่อ) “แม่ฮ่องสอน” มุ่งกำหนดแผนยุทธศาสตร์จังหวัดให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนาการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน ยกระดับคุณภาพชีวิตพัฒนาเศรษฐกิจให้ยั่งยืนบนพื้นฐานแห่งความพอเพียง ที่ผ่านมาพบว่า ประชากรจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีรายได้เฉลี่ยและคุณภาพชีวิตต่ำกว่าประชากรในภาคเหนือและทั้งประเทศ มีสัดส่วนจำนวนผู้ยากจนมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากมีพื้นที่กันดารและพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน ประชากรส่วนใหญ่
“เราต้องการผลักดันให้คนในชุมชน เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ป่า ผ่านการทำโครงการที่ทำให้มีรายได้ จากการสร้างอาชีพ การท่องเที่ยว เพื่อเป็นตัวจุดประกายว่า ทำไมเราต้องอนุรักษ์ป่า ทำไปแล้วได้อะไร” เสียงสะท้อนจากชาวบ้านต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร “ชัชวาล ชาวสมุทร “อายุ 55 ปีหรือ น้าหนุ่ย อาชีพต่อเรือประมงจำลองขาย และมีส่วนร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น จนถึงปัจจุบันที่มีป่าชายเลน ทั้งต้นแสมขาว ต้นแสมทะเล เขียวเต็มแนวชายฝั่ง น้าหนุ่ย หนึ่งในคณะกรรมการอนุรักษ์ป่าชายเลน ในโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” เป็นตัวแทนของชุมชนในพื้นที่ ที่ทำงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และภาครัฐ คือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ซึ่งในระยะที่หนึ่งของโครงการ (ปี 2557 -2561) อนุรักษ์ป่าไปแล้ว 500 ไร่ และปลูกใหม่ 104 ไร่ และในระยะที่สอง(2562-2566) บริษัท ชุมชน และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะร่วมกันอนุรักษ์ป่า 14,000 ไร่ แ
