ผลไม้แปลก
ผู้บริโภคในปัจจุบัน เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งการเริ่มออกกำลังกายจนเกิดเป็นแฟชั่น หรือหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ หรือแม้แต่อาหารคลีน ซึ่งในแต่ละผลิตภัณฑ์ก็อาจจะต้องใช้ต้นทุนที่สูงพอสมควร แต่สำหรับการดูแลสุขภาพแบบไม่ต้องใช้ต้นทุนมากมาย ก็คือการบริโภคผักผลไม้ที่มีอยู่แล้วในบ้านเรา เช่น เสาวรส ด้วยสีสันที่สดใสและรสชาติที่ทำให้สดชื่น จึงเหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา เสาวรส ผลไม้รสเปรี้ยวที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ มีชื่อเรียกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กะทกรกฝรั่ง กะทกรกสีดา หรือกะทกรกยักษ์ จัดว่าเป็นไม้เถาเลื้อย ถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ บริเวณประเทศบราซิล ปารากวัย อาร์เจนตินา ผลเป็นรูปกลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกมีหลายสีแล้วแต่พันธุ์ ทั้งสีม่วง เหลือง ส้ม ชั้นในสุดของเปลือกเป็นเยื่อสีขาว ภายในมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก อยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดเป็นถุง กลิ่นคล้ายฝรั่งสุก มีรสเปรี้ยวจัด บางพันธุ์ก็มีรสอมหวาน นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มสุขภาพโดยเฉพาะหน้าร้อน เพราะให้ความสดชื่น ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ โดยปกติแล้ว มักจะนำเสาวรสสุกมาทำน้ำผลไม้หรือใช้กินสดๆ จะช่วยลดไขมันในเลือด ล
แวะมาเยี่ยมมาเยือน สวนลัคกี้ฮิลล์ ป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ป่าละอู มีภูมิอากาศค่อนข้างดี ฝนตกบ่อย และพิเศษไปกว่านั้นคือ มีละอองหมอกมากในหน้าฝนที่ยาวนาน หรือคำพังเพยที่ว่า ฝนแปดแดดสี่ เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งปลูกผลไม้ เช่น ชมพู่น้ำดอกไม้ ที่ทางสวนคือ คุณวันเพ็ญ ยุทธารักษ์ ได้ปลูกไว้ 700 กว่าต้น ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ทำเป็นสวนผสม แบ่งแปลงปลูกชมพู่ เป็น 5 แปลงใหญ่ กระจายในพื้นที่ มีทั้งทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ กว่ายี่สิบสายพันธุ์ มะยงชิด รวมทั้งผลไม้แปลกๆ เช่น ละมุดสาลี่ยักษ์ มะม่วงยักษ์โชคไพบูลย์ เงาะ ลองกอง มังคุด และเลม่อน คิดอย่างไร ถึงมาอนุรักษ์ ชมพู่น้ำดอกไม้ และนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจ คุณวันเพ็ญ ยุทธารักษ์ กล่าวว่า เดิมได้ปลูกชมพู่น้ำดอกไม้ที่สวนใน จ.ปราจีนบุรี ปลูกแล้วมีความชอบเป็นการส่วนตัว คิดที่จะขยายการปลูก และคิดว่าปลูกชมพู่น้ำดอกไม้แล้วตลาดจะต้องไปได้ดี จึงขยายและย้ายมาปลูกเพิ่มที่ป่าละอู เพราะพอมีที่ดินอยู่บ้าง ชอบดินฟ้าอากาศที่บริสุทธิ์ของที่นี่ ปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด เหมือนกับที่ปราจีนบุรี ชมพู่น้ำดอกไม้ เป็นชมพู่พันธุ์ดั้งเดิมของไทย หน้าตาแปลกๆ มองผ่าน
ผลไม้แปลกที่น่ามหัศจรรย์ยังมีอีกมากมาย ที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ประเทศบราซิลเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ นอกจากคนในพื้นที่จะนิยมปลูกพืชและต้นไม้ไว้ใช้สอยบริเวณบ้าน ยังนิยมทำการเกษตรอีกด้วย และยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีผลไม้แปลกๆ มากมาย ที่หาได้ยากในประเทศอื่นๆ องุ่นบราซิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางในวงศ์ชมพู่ มีความสูงอยู่ที่ 10-15 เมตร เป็นไม้โตช้า ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา ลักษณะใบเดี่ยว ใบอ่อนเป็นสีแดง ใบแก่แล้วเป็นสีเขียว ดอก เป็นดอกช่อสีขาวคล้ายชมพู่ ผลมีลักษณะคล้ายองุ่น ทรงกลม ออกเป็นกระจุกแน่นตามลำต้น และกิ่งก้าน ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีม่วงเกือบดำ ลักษณะคล้ายผลตะขบไทย มีเมล็ดอยู่ข้างใน ผลสุกเมื่อเก็บแล้วก่อนทานต้องฉีกเปลือกออกก่อน เพราะเปลือกมีความหนาและเหนียว เนื้อด้านในจะเป็นปุยสีขาวคล้ายเนื้อกระท้อน และที่มันได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก เป็นเพราะลูกองุ่นบราซิลจะให้รสชาติถึง 7 รสชาติในลูกเดียว ขึ้นอยู่กับวันที่ทาน ตั้งแต่ลูกองุ่นที่ห่ามจัด ไปจนถึงผลที่สุกเต็มที่ วันแรกที่เพิ่งเด็ดลูกองุ่นออกมาจากต้น เป็นลูกที่ยังห่ามไม่สุกมาก ร
ผลไม้แปลก ที่ได้รับการขนานนามว่า ผลไม้จากพระเจ้า หรือความเชื่อว่าเป็นผลไม้ชั้นสูง นั่นคือ เปปิโน เมล่อน ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศ อเมริกาใต้ ป่าอเมซอน อยู่ในตระกูลพืชกึ่งล้มลุก มีอายุ 2-4 ปี มีหลายสายพันธุ์ ทั้งสีม่วง สีขาว สีเหลือง ชื่นชอบอากาศเย็นและแสงแดด รสชาติคล้ายเมล่อน หวานน้อยๆ ฉ่ำน้ำๆ มีกลิ่นหอมเมื่อสุกจัด ระดับความหวาน 7-15 บริกซ์ สามารถปลูกในที่โล่งหรือที่ปิดก็ได้ เปปิโน เมล่อน ถือเป็นผลไม้เมืองหนาว สามารถปลูกและเติบโตได้ดีในพื้นที่โซนภาคเหนือของประเทศไทย เป็นไม้ที่ชื่นชอบแสงแดด แต่ก็ต้องเป็นแดดที่ไม่แรงจนเกินไป ผลคล้ายแตงเมล่อน เนื้อสุกจะมีสีเหลืองทอง ไม่นิยมกินเปลือกเพราะค่อนข้างเหนียว รสชาติเนื้อด้านในมีความคล้ายเมล่อนที่มีความหวานกลางๆ ไม่หวานมากจนเกินไป ประโยชน์ของ เปปิโน เมล่อน ถูกระบุไว้ว่าสามารถช่วยในการต่อต้านริ้วรอย ต้านมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต แก้เบาหวาน บำรุงหัวใจ ช่วยลดน้ำหนัก ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง เป็นต้น ประโยชน์มากขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ถูกขนานนามว่าเป็นผลไม้จากพระเจ้า ถือเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับการร
เงาะขนสั้น หรือ เงาะลิ้นจี่ เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายกับเงาะ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศมาเลเซีย และได้มีการนำไม้ชนิดนี้เข้ามาปลูกในประเทศไทย มักจะพบเจอมากในภาคใต้ และปัจจุบันก็สามารถปลูกได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เงาะลิ้นจี่เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายเงาะ มีความชื่นชอบน้ำและอากาศที่ชื้น นอกจากนี้ เงาะลิ้นจี่ยังมีชื่อเรียกอีกมากมายในแต่ละประเทศ เช่น ภาษามาลายูเรียกว่า ปูลาซัน ภาษาอินโดนีเซียเรียกว่า กาปูลาซัน ภาษาฟิลิปปินส์เรียกว่า บูลาลา หรือ ปานุงกายัน เงาะลิ้นจี่เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งที่มักพบเจอได้ในป่าประเทศอินโดนีเซีย หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า เงาะป่านั่นเอง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงเรียกว่าเงาะลิ้นจี่ เพราะการกินผลไม้ชนิดนี้เพียง 1 ผล สามารถให้รสชาติและเนื้อสัมผัสถึงการกินเงาะและลิ้นจี่ในผลเดียวกัน เงาะลิ้นจี่มีรสชาติหวานกลางๆ ไม่หวานแสบคอ และให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น มีเนื้อกรอบเหมือนเงาะ แต่ก็มีความชุ่มฉ่ำน้ำคล้ายลิ้นจี่ เนื้อร่อนไม่ติดเมล็ดเหมือนเงาะทั่วไป และเมล็ดก็มีขนาดที่เล็กสามารถเคี้ยวกินได้เลย ลักษณะเด่นของเงาะลิ้นจี่ ใบ มีลักษณะใหญ่กว่าใบของเงาะโรงเรียน ใบเงาะลิ้นจี่มีความคล้ายใบลองกอ
ต้นเนยถั่ว หรือพีนัทบัตเตอร์ ที่หลายคนรู้จักกันเป็นผลไม้ที่เรียกว่ากำลังมาแรง ต้นเนยถั่วชื่อที่ได้มานี้ เพราะมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่คล้ายกับการกินเนยถั่ว เป็นต้นไม้ขนาดกลางที่คนไทยพึ่งนำเข้ามาปลูกไม่นานมานี้ สามารถปลูกเพื่อนกินผล หรือปลูกเพื่อเป็นไม้ล้อม ไม้ตกแต่งสวนก็ได้ เพราะต้นเนยถั่วเมื่อออกดอกจะมีดอกสีเหลืองที่สวยงามมาก ด้วยสภาพภูมิประเทศ และสภาพอากาศของบ้านเรา ทำให้การปลูกและการเจริญเติบโตของต้นเนยถั่วเป็นไปได้ด้วยดี ออกผลให้ได้เก็บเกี่ยวตลอดปี และตลาดของผลไม้ชนิดนี้ยังน้อย ทำให้โอกาสในการขายมีมากขึ้น ได้ราคาดีอีกด้วย ต้นเนยถั่ว ถือเป็นผลไม้แปลกน่าปลูก ที่มีรสชาติดี และเมล็ดยังสามารถกินได้อีกด้วย เนื่องจากต้นเนยถั่วเป็นไม้ขนาดกลาง ความสูง 2-4 เมตร ลักษณะแผ่กิ่งก้าน ใบเป็นรูปหอกสั้น และมีหนาม ขอบใบเป็นคลื่น ดอกจะออกเป็นช่อที่ซอกใบ และดอกกะเทยจะออกที่ก้านใบ ผลมีผิวบาง สีออกส้มแดง ความยาวผล 1 นิ้ว มีเมล็ดด้านใน 2 เมล็ด คุณณิชาภัส ทองพะวา เจ้าของสวนคุณเหมียว หมู่ที่ 4 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์ไม้แปลกหายาก จบการศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มห
“Yooang Farm (โยอังฟาร์ม)” ฟาร์มที่เกิดจากความสนใจในด้านการเกษตรของสองคู่รักนำมาสู่การทำสวนน้อยหน่าอิสราเอล ผลไม้ที่คุณโยได้เจอขณะทำงานที่ประเทศอิสราเอล และส่งต่อความรู้ที่มีจากการทดลองให้กับคนที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไม่มีกั๊ก คุณโยชูวา อินมา หรือ คุณโย เจ้าของโยอังฟาร์ม มีจุดเด่นในการใช้สื่อออนไลน์ สำหรับแชร์ความรู้และประสบการณ์ ตั้งแต่การตัดแต่งกิ่งจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่หรือผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน รวมถึงลูกค้าของทางโยอังฟาร์มสามารถดูกระบวนการตั้งแต่เริ่มจนถึงได้ผลผลิต คุณโย เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 7-8 ปีที่แล้วได้มีโอกาสไปทำงานที่อิสราเอล และได้ไปทำสวนผลไม้ มีทั้งน้อยหน่า ส้ม และฝรั่ง ทำไปทำมาเริ่มรู้สึกสนใจ รวมถึงเริ่มชอบในการทำสวนผลไม้ หลังจากนั้นจึงวางแผนให้ทางบ้านที่ไทยทำสวนน้อยหน่า เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็หาข้อมูล รวมถึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อที่จะเอามาแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจ เหตุผลที่คุณโยเลือกน้อยหน่าอิสราเอลเพราะแปลก อีกอย่างคือบ้านเรายังไม่มีสายพันธุ์นี้ปลูกมากนัก คุณโยจึงเน้นการปลูกน้อยหน่าเพื่อนำมาขยายพันธุ์ในประเทศไทย จุดเด่นของน้อยหน่าอิส
ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรเชิงเดี่ยว เกษตรผสมผสาน เกษตรทางเลือก เกษตรสมัยใหม่ในโรงเรือนแบบปิด ในปัจจุบันเกษตรกรล้วนให้ความสำคัญกับคำว่า ‘เกษตรแม่นยำ’ หรือ Precision Farming กระบวนการทำเกษตรในรูปแบบสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิต พัฒนาในด้านของโครงสร้างปัจจัยการผลิต และการจัดการฟาร์ม นำไปสู่การสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุน และที่สำคัญตรงกับความต้องการของผู้บริโภค แต่บางครั้งความแม่นยำเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ยังต้องมีความกล้าที่จะทดลอง กล้าที่จะแตกต่างไปจากการปลูกพืชเกษตรแบบเดิมๆ สู่การปลูกพืชที่แปลกและแหวกแนวไปจากผลผลิตในท้องตลาดทั่วไป เช่น พันธุ์พืชผักและไม้ผลจากต่างประเทศ หรือสายพันธุ์พืชท้องถิ่นที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงการสร้างตลาดผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่จะทำได้ง่าย แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดังตัวอย่าง ‘สวนคุณลี’ แหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้แปลกและหายากกว่า 50 ชนิด อาทิ ชมพู่ไต้หวัน อะโวคาโดพันธุ์บู้ท 7 และพันธุ์ปีเตอร์สัน มะเดื่อฝรั่งพันธุ์ญี่ปุ่น มะละกอพันธุ์เรดแคลิเบียน ละมุดพันธุ
