ผลไม้โบราณ
ขนุนพันธุ์ “ขาวมุกสยาม” คือ ขนุนพันธุ์โบราณหายาก เนื้อสีขาวนวล มีรสชาติหวาน เนื้อกรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ค่อนข้างแตกต่างจากขนุนเหลือง มีเมล็ดที่เล็ก เนื้อด้านในไม่เละแม้จะสุกงอม ต้นขนุนขาวสายพันธุ์นี้มีต้นไม่สูงมาก ความสูงเต็มที่ประมาณ 7-8 เมตร มีลักษณะแตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มกว้าง ใบ จะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว มีลักษณะเป็นรูปวงรี มีใบที่เล็กกว่าใบขนุนทั่วไป สามารถแยกได้อย่างชัดเจน ใบมีสีเขียวสด ผิวเรียบและมัน ดอก ขนุนสายพันธุ์ “ขาวมุกสยาม” จะออกดอกเป็นกลุ่ม ช่อดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้จะออกที่บริเวณโคนกิ่ง ลำต้น และซอกใบ มีลักษณะเป็นแท่งยาว ประมาณ 2.5 เซนติเมตร ดอกตัวเมีย จะมีขนาดใหญ่กว่าก้านช่อดอกตัวผู้อย่างชัดเจน ดอกตัวผู้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คล้ายกลิ่นส่าหล้า ส่วนดอกตัวเมียนั้นจะไม่มีกลิ่น ผล ขนุนสายพันธุ์ “ขาวมุกสยาม” ผลโตเต็มที่จะมีน้ำหนักเฉลี่ย ประมาณ 12-16 กิโลกรัม ต่อ 1 ผล และจะมีผลย่อยจำนวนมาก เรียกว่า ยวง มีซังน้อย และที่แปลกคือ เนื้อด้านในหรือยวงเป็นสีขาวนวล มีเมล็ดที่เล็กกว่าขนุนทั่วไป และมีเนื้อที่กรอบไม่เละ แม้จะสุกงอม รสชาติของขนุนสายพันธุ์ขาวมุกสยาม มี
ถ้าเราเป็นคนช่างสังเกตสักหน่อยจะเห็นคำว่า มะ ที่ส่วนมากคนไทยมักนำมาใช้หน้าชื่อผลไม้ไทยๆ เช่น มะม่วง มะไฟ มะยม เป็นต้น มีคนบอกว่า มะ แปลว่าผลไม้ที่กลายมาจากคำว่า หมาก ในศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 1 เรียกผลไม้ว่า หมาก ทั้งสิ้น เช่น หมากขาม (มะขาม) หมากม่วง (มะม่วง) หมากพร้าว (มะพร้าว) หมากกลาง (ขนุน) หมากสั้น หมากหวาน และในศิลาจารึกหลักเดียวกัน ยังแปลความว่า ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสหวาน จากความหมายของคำว่า หมาก ที่หมายถึง ผลไม้ ทำให้สันนิษฐานว่า คนไทยในอดีตคงจะรู้จักคุ้นเคยกับหมากเป็นอย่างดีมาก่อนผลไม้ชนิดอื่น จึงใช้หมากเป็นสัญลักษณ์แทนผลไม้และนำไปประกอบที่หน้าชื่อผลไม้อื่นๆ หมาก เป็นพืชวงศ์เดียวกับ ตาล มะพร้าว จาก และลาน คือ เป็นพวกปาล์ม มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบเอเชียใต้ ไปจนถึงหมู่เกาะอินเดียตะวันออก รวมทั้งพื้นที่ประเทศไทยด้วย รูปร่างทั่วไปคล้ายมะพร้าว แต่มีขนาดเล็กกว่า คือ สูงเต็มที่ราวๆ 12-15 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นไม่เกิน 45 เซนติเมตร ลำต้นเขียวเป็นมัน ออกผลเป็นทะลายคล้ายมะพร้าว และออกผลช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน ผลเล็กขนาดไข่ไก่ ในหนึ่งทะลายมีหลายสิบถึงร้อยผล ส่วนของหมา
