ผักดิบ
หลายคนอาจเคยผ่านหูผ่านตากับกระแสข่าวในสังคมออนไลน์ถึง “ผัก 5 ชนิดห้ามกินดิบ” เพราะมีสารที่อาจก่ออันตรายได้ ประกอบด้วยกะหล่ำปลี ถั่วงอก หน่อไม้และมันต่างๆ ถั่วฝักยาว และผักโขม แต่ทราบหรือไม่ว่า ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เนื่องจากผักเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญช่วยป้องกันโรคบางชนิดเช่นกัน ผศ.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ตอบข้อสงสัยในประเด็นข้างต้นว่า จริงๆ แล้วผักทั้ง 5 ชนิด ไม่ได้ห้ามรับประทานดิบโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ว่าผู้ป่วยบางกลุ่มอาจต้องระวัง ประกอบด้วย 1.กะหล่ำปลี ข้อจำกัดของการห้ามกินดิบ คือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ โดยในกะหล่ำปลี จะมีสารชื่อกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารที่ขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนไปใช้สร้างฮอร์โมนธัยรอกซินได้น้อยกว่าปกติ หรือทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำยิ่งขึ้น แต่หากนำกะหล่ำปลีไปผ่านความร้อน สารกอยโตรเจนก็จะสลายไปได้ “แต่สำหรับคนปกติที่ร่างกายไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถกินได้ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วก
ข้อมูลสุขภาพมีประโยชน์ เผยแพร่โดย Mahidol Channel ถึงเรื่อง “ผัก 5 อย่าง ที่ห้ามกินดิบ” โดยระบุว่า เราต่างรู้กันดีว่าการกินผักนั้นเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างไร โดยเฉพาะผักสด ทั้งยังมีการบอกต่อกันอย่างแพร่หลาย ถึงข้อดีของการบริโภคผักแต่ละชนิด แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งของการบริโภคผักสดที่เราคิดว่าดีนั้น แฝงไว้ซึ่งอันตรายบางอย่าง ที่เราคาดไม่ถึง เราจะมีวิธีระมัดระวังก่อนการกินได้อย่างไร ต้องติดตาม โดยคลิปได้ระบุ ว่าผัก 5 ชนิด คือ 1 ถั่วงอก มีซาโมเนล่า อีโคไล จากกระบวนการเพาะ เชื้อจะถูกทำลายด้วยความร้อนเท่านั้น 2 กระหล่ำปลี ดิบ มีไกโตเจน ยับยั้งการดูดซึมไอโอดีน ทำให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้น้อยลง ซึ่งจะกระทบต่อผู้มีปัญหาเรื่องต่อมไทรอยด์ แต่คนปกติไม่ต้องกังวลเรื่องไทรอยด์ แต่ต้องกังวลเรื่อง สารเคมี 3 หน่อไม้ มันฝรั่ง ต้องระวังเรื่องสารไซยาไนด์ 4 ถั่วฝักยาว มีการดูดซึมสารเคมีสูงและเป็นกลุ่มที่ใช้สารเคมีสูง กว่าสารเคมีจะสลายตัวใช้เวลาประมาณ 7 วัน และ ผักโขม มีกรดออกซาลิค ขัดขวางให้ร่างกายเอาแคลเซียม กับธาตุเหล็กไปใช้ การกินผักโดยรวมให้ปลอดภัยก็ต้องล้างให้สะอาด แต่บางชนิดก็ต้อ
