ผักรสขม
ผักพื้นบ้านบางชนิด ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นผักที่คนเรานำมากินเป็นอาหารได้ แต่ก็ไม่พ้นฝีมือคนบ้านเรา ที่คิดค้นหาวิธีเอามาทำกิน จัดขึ้นสำรับกับข้าวกันจนได้ คงเป็นเพราะว่าคนบ้านเรา มักจะใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ คัดเลือกว่าของชนิดใดที่กินได้ไม่มีพิษภัย กับกินไม่ได้ มีอันตรายถึงตายได้ และยังมีการตั้งชื่อแปลกๆ ตามที่คนทั่วไปรู้และเห็นลักษณะ เช่นผักชนิดนี้ “ผักขี้ขวง” ตามคำบอกเล่าจากคนรุ่นเก่า ว่าของกินใดที่ได้เคยลิ้มรสแล้ว เห็นว่าใช้ได้ กินได้ อร่อย มักจะแอบเก็บซ่อนไว้เพื่อจะหาข้อมูลเพิ่มเติม ทดสอบตรวจพิสูจน์ให้มั่นใจ ก่อนจะแจ้งบอกกล่าวให้ลูกหลานนำไปกินได้ โดยในระหว่างเก็บซ่อนนั้น จะตั้งชื่อให้น่าเกลียด ใส่คำว่า “ขี้” ขึ้นหน้า เช่น ขี้เหล็ก ขี้เพี้ย ขี้เขียด ขี้ขวง แต่พอเริ่มเผยแพร่แล้ว บางที่บางถิ่นชื่อเดิมบางอย่างถูกตัดคำหน้าออก บางอย่างยังใช้เรียกอย่างเดิมกันอยู่ และ ผักขี้ขวง หรือ ขวง ก็คงเป็นเช่นนั้น ชื่อมันไม่น่ากิน แต่เมื่อได้รู้จัก คนมักจะรักนิยมชมชอบกัน ผักขี้ขวง ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Glinus oppositifolius (L.) Aug.DC เป็นพืชในวงศ์ MOLLUGINACEAE ในภาษาไทยเรียกแต่ละถิ่นไม่เหมือนกัน ภาคเหนื
ชื่อวิทยาศาสตร์ Glinus oppositifolius A. DC. (1) Mollugo oppositifolia Linn. (2) ชื่อวงศ์ MOLLUGINCEAE (1) AIZOACEAE (2) ชื่ออังกฤษ Sweetjuice ชื่ออื่นๆ ขี้ขวง สะเดาดิน ขี้ก๋วง หนูเป็นสาวเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ชอบเสนอหน้าเสมอใครๆ แต่ความจริงก็แอบโปรยเสน่ห์น้อยๆ ทั่วพื้นดินและกระถางต้นไม้ทุกๆ ที่ คนไม่รู้จักก็กำจัดหนูทิ้ง หาว่าหนูเป็น “วัชพืช” โธ่…ไม่รู้จักหนูดีแล้ว ยังตาไม่ถึงอีก ถ้าพินิจพิจารณาจริงๆ จะเห็นหนูดอกบานสวยสะพรั่ง ทั้ง 5 กลีบ แม้เป็นดอกเดี่ยว ซึ่งอยู่รวมกลุ่มราวๆ 4-5 ดอก แต่บานไม่พร้อมกัน จึงมองเห็นเหมือนเป็นตุ่มเล็กๆ และกลีบบานเต็มเถากระจายทั่วไป ชื่อหนูไม่ไพเราะ ไม่ทราบใครตั้งชื่อให้ ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง เรียกกันทั่วๆ ไปว่า “ผักขวง” พอจะยอมรับได้ แม้ว่าจะ “ตะขิดตะขวง” ความรู้สึกใจบ้าง แต่ที่เรียกชื่อขึ้นต้นด้วย “ขี้” รับไม่ได้จริงๆ ครั้นเรียกชื่อว่า “สะเดาดิน” ก็ไม่สร้างสรรค์ความรู้สึกเลย เพราะทั้งขมและติดดินอีก หนูจึงชอบชื่ออังกฤษซะแล้ว เรียกเป็นชื่อน้ำผลไม้หวาน Sweetjuice ฟังแล้วน่ารักน่ากิน เคยเปิด dictionary พบคำว่า juice sacs หนูเอามารวมกับชื่อหนู แต่บังเอิญหนูเข
