ผักเหลียง
ครูแหม่ม หรือ นางศิริรัตน์ พุมดวง วัย 54ปี เจ้าของบ้านสวนครูแหม่ม จ.นครศรีธรรมราช ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มผักเหลียงได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ข้าวเกรียบใบเหลียง หรือใบเหลียงสแน็ก ผงโรยข้าวผักเหลียง ซาใบเหลียง ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากใบเหลียง สบู่น้ำแร่ผักเหลียง ผงพอกหน้าผักเหลียง กลายเป็นสินค้าเด่นของชุมชนที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อติดมือกลับบ้าน ปลูกผักเหลียงอินทรีย์ในสวนยางพารา บ้านสวนครูแหม่ม ปลูกผักเหลียงแบบอินทรีย์ในสวนยางพารา ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 8 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ครูแหม่มได้ศึกษาพบว่าในสวนยางพารามีต้นผักเหลียงซึ่งเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของตำบลนบพิตำ จึงได้ศึกษาทดลองปรับปรุงสายพันธุ์ตลอดจนวิธีการเพาะปลูก และการตูแลรักษาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ จนได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และได้ใบรับรอง Organic Thailand เป็นเครื่องการันตีคุณภาพสินค้าสะอาด ปลอดภัย ไร้สารเคมี จึงสามารถขายผักเหลียงได้ราคาสูงถึง กก.ละ 100 บาท ครูแหม่มคว
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือเรียกย่อๆ ว่า ศพก. โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดตั้ง ศพก. ขึ้นทั่วประเทศ อำเภอละ 1 ศูนย์ รวมเป็น 882 ศูนย์ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนสำหรับแก้ไขปัญหาของชุมชน และสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตรโดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในประเด็นการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ตลอดจนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ศพก. โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบในลักษณะของเกษตรกรสอนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้เกิดความรู้ความเข้าใจและเกิดจิตสำนึกในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับจาก ศพก. ไปปรับใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต ผลิตสินค้าที่ค
ผักเหลียง หรือ ผักเหมียง เป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีรสจืด รสมัน ไม่ขม ไม่มีกลิ่น เมื่อจัดเป็นผักเครื่องเคียงกินกับขนมจีนน้ำยา หรือกินกับกับข้าวรสชาติจัดจ้านจะช่วยให้เจริญอาหารและได้คุณค่าทางโภชนาการสูง ที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเกษตรกรได้ปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว ปลูกเป็นพืชแซมในสวนยางพาราหรือสวนมะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับในการซื้อขาย ส่งผลให้ผู้ปลูกมีรายได้นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและยังชีพได้มั่นคง คุณทวิชา คุปต์ทรงคุณ ผู้ปลูกผักเหลียง เล่าให้ฟังว่า ผักเหลียง หรือ ผักเหมียง เป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ปลูกกันแพร่หลาย มีทั้งปลูกเป็นสวน ปลูกเป็นพืชแซมในสวนยางพารา สวนมะพร้าว หรือสวนปาล์ม เป็นผักกินใบที่มีรสจืด รสมัน ไม่ขม ไม่มีกลิ่น เมื่อจัดเป็นผักเครื่องเคียงกินกับกับข้าวรสจัดหรือกินกับขนมจีนน้ำยารสจัดจ้านจะช่วยให้ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยเป็นพิเศษ หรือนำยอดผักเหลียงไปลวกกินกับน้ำพริก ผัดใส่ไข่ หรือนำไปทำเป็นลาซานญ่า พิชซ่าโรลหรือพายผักเหลียง ก็จะได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ ประโยชน์ที่ผู้กินได้รับจากผักเหลียงคือ มีใยอาหารหรือไฟเบอร์ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ให้ค
ในภาวะที่สินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างในพื้นที่ภาคใต้ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกยางพารา แต่เมื่อราคายางตกต่ำ รายได้ที่เคยรับก็ลดลง ในขณะที่รายจ่ายยังเท่าเดิม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก ดังนั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง หน่วยงานในสังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการปลูกพืชร่วมยางขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละราย เน้นพืชท้องถิ่นที่ตลาดต้องการและผู้บริโภคนิยม คุณอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง หรือ ศวพ. ตรัง เป็นหน่วยงานของกรมวิชาการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยรับผิดชอบเป็นตัวแทนของกรมในพื้นที่จังหวัดตรัง ภายใต้การกำกับของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 กรมวิชาการเกษตร มีหน้าที่ศึกษาวิจัยพัฒนาและทดสอบพืช ต่อเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ ผลิต
