ผ้าพื้นเมือง
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อทำการศึกษา ทดลอง และค้นคว้างานพัฒนาด้านต่างๆ ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำผลการศึกษาที่พิสูจน์ได้ว่ามีความเหมาะสมกับพื้นที่ไปใช้เป็นแบบอย่างของความสำเร็จในการส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งมีหลายกิจกรรม หนึ่งในนั้นที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ ท่ามกลางวิกฤติการระบาดของโควิค-19 รอบที่ 3 ที่ประชาชนลดการเคลื่อนไหวในสังคม และจำนวนหนึ่งเดินทางกลับบ้านได้เข้ามาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติใช้ในครอบครัวของตนเอง คือการเลี้ยงหม่อนไหมเพื่อผลิตเส้นไหมทอผ้า ซึ่งกิจกรรมหม่อนไหมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในช่วงที่ผ่านมาได้ทำการศึกษาและพัฒนาการเลี้ยงไหม โดยอาศัยเทคนิควิธีการง่ายๆ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองเพื่อเสริมรายได้ของราษฎร โดยไหมป่าอี
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยนำนวัตกรรมม้วนเส้นไหมยืนที่ออกแบบและพัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ โดย วช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร ยกระดับคุณภาพการผลิตผ้าพื้นเมืองที่ครอบคลุมกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียมเส้นยืนก่อนการทอ การออกแบบอุปกรณ์ม้วนเส้นไหม และการทอผ้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.พรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้ติดตามความสำเร็จของการนำนวัตกรรมเทคนิคการม้วนเส้นด้ายยืน ไปใช้ในการเพิ่มศักยภาพชุมชน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโนนหว้าทอง ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจทอผ้าไหมที่สามารถนำนวัตกรรมไปผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจุบันสมาชิกของกลุ่มมีรายได้ในการผลิตผ้าพื้นเมือง เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจได้รับการตอบรั
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายใต้การดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ และกิจกรรมอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและศึกษาดูงานเทคโนโลยีการผลิตและการพัฒนาเครื่องปั้นดินเผา ผ้าพื้นเมืองและหัตถกรรมจักสานด้วยนวัตกรรมวัสดุ เพื่อให้วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรและผู้ประกอบการโอทอปได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองตลาดและความต้องการของนักท่องเที่ยว ในระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีผู้สนใจเข้ากิจกรรมกว่า 100 คน จากพื้นที่ 18 อำเภอ โดยได้รับเกียรติจาก นายประจักษ์ จอมทรักษ์ พัฒนาการจังหวัด เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการอบรมดังกล่าว
ฝ้าย (Cotton) คือ เส้นใยเก่าแก่ชนิดหนึ่งซึ่งใช้ในการทอผ้ามาแต่สมัยโบราณ โดยหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกให้รู้ว่ามีการปลูกฝ้ายและปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้ายมานานแล้ว คือการขุดพบฝ้ายในซากปรักหักพังอายุประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ที่แหล่งโบราณคดีโมฮันโจ ดาโร (Mohenjo daro) บริเวณแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุในเขตประเทศปากีสถานปัจจุบัน ใยฝ้ายได้มาจากส่วนที่ห่อหุ้มเมล็ดของต้นฝ้าย หรือที่เรียกว่า ปุยฝ้าย ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ ฝ้ายมีคุณสมบัติเนื้อนุ่ม โปร่งสบาย ระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากฝ้ายมีช่องระหว่างเส้นใย จึงเหมาะกับสภาพอากาศในฤดูร้อน และเมื่อเปียกจะตากแห้งได้เร็ว การใช้ฝ้ายมาใช้งานทำได้โดยนำฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นด้าย แล้วนำมาทอเป็นผืนผ้า ท่านที่เคารพครับ!!! ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกฝ้ายน้อยมาก แต่ที่บ้านดินทรายอ่อน หมู่ที่ 6 ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มและปลูกฝ้าย แล้วนำเส้นใยจากดอกฝ้ายมาถักทอเป็นผ้าฝ้ายรูปแบบต่างๆ ย้อมด้วยสีธรรมชาติ แล้วแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด จนได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำรายได้เข้าหมู่บ้า
