พม่า
ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ กระแสเปิดร้านกาแฟในบ้านเราก็ยังมาแรงอยู่ ยังเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ก้อนโต หากอยู่ในทำเลทอง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ถ้าใครไปเวียดนามจะเห็นชัดเจนว่าในเมืองหลวงอย่างฮานอยหรือเมืองเศรษฐกิจอย่างโฮจิมินห์ธุรกิจร้านกาแฟก็ยังไปได้ดี และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในย่านที่มีชาวต่างชาติ และถ้าใครไปประเทศสหภาพเมียนมาก็จะเห็นในรูปแบบเดียวกัน เทรนด์ร้านกาแฟสมัยใหม่ อย่างที่เมียวดี ร้านกาแฟเริ่มมีความทันสมัยใหม่ขึ้น เช่นเดียวกับที่เกาะสองหรือวิกตอเรียพอยท์ตรงท่าเรือก็จะมีร้านกาแฟแบบเดียวกับบ้านเรา แต่อาจจะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดตรงที่ร้านกาแฟในเกาะสอง ขายทั้งอาหารคาวและหวาน และเปิดมุมกาแฟพร้อมกันไปด้วย ร้านกาแฟแบบเดิมของพม่าที่นั่งเก้าอี้เตี้ยๆ ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งจะมีขนมนมเนย บางเจ้าก็มีซาลาเปาวางไว้ให้ลูกค้าได้เลือกรับประทานตามใจชอบ ร้านกาแฟแบบพม่า เป็นกาแฟสมัยก่อน ขายราคาแก้วละ 10 บาท คนพม่าส่วนใหญ่ชอบดื่มชามากกว่า ส่วนคนหนุ่มสาวชอบดื่มกาแฟคาปูชิโน่ และกาแฟรสเอสเพรสโซ่ อย่างที่ทราบกันดีว่า เวลานี้พม่าเป็นประเทศเนื้อหอม ใครๆ ก็อยาก
ยำทวายและมะม่วงทวาย นั่นคือนามที่หลายคนอาจนึกถึงเมื่อเอ่ยชื่อ “ทวาย” แต่คงมีมิใช่น้อยคนอยู่เหมือนกันที่นึกถึงเมืองทวาย ของประเทศพม่าหรือสหภาพเมียนมาร์ ทวายอยู่ในแขวงตะนาวศรีทางภาคใต้ของพม่า ติดเขตแดนจังหวัดกาญจนบุรีของไทย เป็นเมืองที่ฉันใฝ่ฝันมานานว่าอยากมาเยือนสักครั้ง เช่นเดียวกับเมืองมะริดที่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน โดยเฉพาะเมื่อคนไทยพลัดถิ่นแถวประจวบคีรีขันธ์เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนนี้พวกเขาอยู่กันที่มะริด ทวาย ตะนาวศรี ก่อนที่จะหลีกลี้หนีความลำบากของประเทศพม่าข้ามมาฝั่งไทย และในที่สุด ณ เพลานี้ฉันก็ได้มีโอกาสมาเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนหนทางของเมืองทวาย สมดังฝัน ได้ชื่นชมบ้านเรือนเก่าๆ แสนงามมีเอกลักษณ์มีรถม้าเสียงดังกึงกังแล่นผ่าน ความจริงน่าจะนั่งรถม้าวนรอบเมืองสักเที่ยวแต่ไม่ได้นั่งไม่ใช่เพราะมีจิตใจสงสารสัตว์ แต่เพราะกลัวเอวเคล็ดจากการโขยกเขยกของม้ามากกว่า แม้ประเทศพม่ากำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แต่ตามต่างจังหวัดยังมีรถม้ารับผู้โดยสารให้เห็น ทว่าคงจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เหมือนรถสามล้อถีบบ้านเราที่ต้องหลีกทางให้รถเครื่อง รถตุ๊กๆ และแท็กซี่ ทวายกับไทยนั้นไม่ห่างไกลกันเลย ในประวัต
ก.วิทย์ฯ-สวทช.จับมือพม่าสร้างเครือข่ายนักวิจัย พัฒนาพันธุ์ข้าวลุ่มน้ำโขง ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และ นาย Naing Kyi Win อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (DAR) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัย เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนา สร้างขีดความสามารถ และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตรของ 2 หน่วยงาน สืบเนื่องจากการดำเนินโครงการความร่วมมือของ สวทช. กับประชาคมลุ่มน้ำโขงในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพและด้านจีโนม ในการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวประเทศลุ่มน้ำโขงทั้งประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยมี ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา นักวิจัยอาวุโส หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ไบโอเทค สวทช.และ นาย Thant Lwin Oo รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เมียนมาร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวย
ช่วงส่งท้ายปีเก่า นับถอยหลังสู่ปีใหม่ หลายคนคงเตรียมตัวไปท่องเที่ยวกับครอบครัว จะเที่ยวไทย-เที่ยวนอก แต่ละประเทศต่างมีมุมมองความเชื่อเหนือธรรมชาติที่แตกต่างกันไป บางทีก็เป็นกุศโลบายในการใช้ชีวิตของคนรุ่นเก่าก่อน มาดูกันว่าอาเซียนมีความเชื่อแบบไหน และเรื่องใดที่เหมือนหรือคล้ายเราบ้าง จะได้นำไปปฏิบัติใช้หากมีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนประเทศเพื่อนบ้าน ประเดิมด้วยประเทศพม่า ชาวพม่าเชื่อว่าการเดินลอดบันไดจะทำให้สูญเสียพลังชีวิต เช่นเดียวกับการลอดใต้ราวตากผ้า ที่มี “ลองยี” หรือผ้าโสร่งของผู้หญิงแขวนอยู่ ผู้หลักผู้ใหญ่ยังมักเตือนไม่ให้ถอดรองเท้ากลับหัวหลับหาง เพราะจะนำมาซึ่งความโชคร้าย ไม่ควรเก็บกระจก รวมถึงแก้วที่แตก หรือมีรอยร้าว หากกระจกหน้าต่างถูกกระแทกจนร้าว ชาวพม่าจะรีบเปลี่ยนให้เร็วที่สุด ห้ามสระผมในระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังจัดงานศพ เนื่องจากเป็นช่วงที่วิญญาณผู้ตายยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ คนในครอบครัว เครือญาติ และคนรู้จัก อย่าใช้ทัพพีเคาะหม้อหลังนำลงไปคนในแกงที่กำลังต้ม การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่สุภาพอย่างร้ายแรงเทียบเท่าการตีศีรษะของพ่อแม่เลยทีเดียว อย่าเคาะฝาหม้อ 2 ฝาเข้าด้วยกัน เพราะอาจทำใ
