พริกหนุ่ม
“สุโขทัย” มีสภาพอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นพริก และเกษตรกรมีทักษะในการปลูกพริกมายาวนาน ทำให้สุโขทัยกลายเป็นแหล่งปลูกพริกที่สำคัญ โดยแหล่งปลูกพริกส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อําเภอเมือง อําเภอคีรีมาศ อําเภอศรีสําโรง และอําเภอกงไกรลาศ พริกเป็นพืชที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ มีการจัดการที่ดี หากปลูกมากเกินไปอาจเกิดปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยว เกษตรกรส่วนใหญ่จึงกำหนดพื้นที่ปลูกให้สมดุลกับแรงงานที่มีอยู่ในครอบครัว เฉลี่ยรายละ 1-7 ไร่ เกษตรกรมักจะเริ่มเพาะกล้าตั้งแต่เดือนกันยายน ปลูกพริกเดือนตุลาคม และเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน พ่อค้าที่ทำหน้าที่รวบรวมผลผลิต จะเป็นผู้นําเมล็ดพันธุ์พริกหนุ่ม” มณีมรกต” มาให้เกษตรกรปลูก เนื่องจากพริกชนิดนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ ให้ผลสวยสีแดงสด ปลูกได้ดีในพื้นที่ทางภาคเหนือ และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดส่งออกและโรงงานซอสพริก ในอดีตเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพริกแบบหนาแน่น ในระยะห่าง 25-30 ซม. หลุมละ 2 ต้น เฉลี่ยไร่ละ 7,000-8,000 ต้น ทำให้ต้นพริกเติบโตได้ไม่เต็มที่ ดูแลจัดการไม่ทั่วถึง ควบคุมโรคแมลงได้ยาก ได้ผลผลิตน้อย ขายได้ราคาต่ำ จนกระทั่งเมื่อ 9 ปีที่แล้ว
“พริก” จัดเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีปริมาณการบริโภคสูง ทั้งในทางการค้าปลีกในประเทศ ในเชิงอุตสาหกรรม และการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งนับเป็นตลาดส่งออกพริกสำคัญของไทย (ข้อมูลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกพริกทั้งหมด 167,443 ไร่ มีผลผลิตทั้งสิ้น 283,515 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี หนึ่งในพริกที่ได้รับความนิยมคือ “พริกผลใหญ่” อย่าง “พริกหนุ่มเขียว” ปลูกกันมากในแถบภาคเหนืออย่างเชียงใหม่, น่าน และแพร่ (ข้อมูลการเพาะปลูกประจำปี 2562 จากกรมส่งเสริมการเกษตร) สำหรับจังหวัดแพร่นั้นมีแหล่งปลูกพริกใหญ่ที่สุดอยู่ใน “อ.หนองม่วงไข่” มีพื้นที่ปลูกกว่า 1,800 ไร่ โดยเกษตรกรที่นี่นิยมปลูกพริกกันมามากกว่า 30 ปีแล้ว จนปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐเข้าสู่โครงการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานการผลิตสู่ระบบเกษตรปลอดภัย (Good Agriculture Practices: GAP) ลดการใช้สารเคมี ด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ และการจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ หนึ่งในกำลังสำคัญของโครงการพริกแปลงใหญ่ อ.หนองม่วงไข่ ที่เราอยากพาไปรู้จักนั้นก็คือ คุณปรียา อุ
สูง 0.5-1.5 เมตร ใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามหรือออกสลับ รูปใบหอก กว้าง 1-4 เซนติเมตร ยาว 2-8 เซนติเมตร ดอกสีขาว ออกเดี่ยวตามซอกใบและปลายกิ่ง โคนกลีบดอกเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ดอกห้อยลง เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ 5 อัน ผลรูปทรงกระบอกยาว ปลายเรียวแหลม มักโค้งงอ ยาว 6-9 เซนติเมตร ผิวเป็นมันสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีแดง มีเมล็ดแบนสีนวลจำนวนมาก
