พฤกษากับเสียงเพลง
“เกษตรศาสตร์นำไทย นวัตกรรมก้าวไกล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เป็นประจำทุกปี ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ ช่วงประมาณปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เราจะได้ยินการกล่าวถึง “งานวันเกษตรแห่งชาติ” และ “งานเกษตรแฟร์” รวมทั้งอาจจะเป็นช่วงเดือนไหนในรอบปีก็จะได้ยิน “งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เกษตรแฟร์” อีกงานที่จะมีพฤกษามาเบ่งบานให้ชื่นชมในวันงานเกษตรดังกล่าว พร้อมบทเพลงชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และข่าวประชาสัมพันธ์ในงานดังกระหึ่มชวนให้บรรยากาศเดินชม ชิม ช็อป แชร์ ในงานเกษตรนั้นเป็นไปอย่างครื้นเครงสดชื่น ท่ามกลางผู้คนเข้าชมงานที่เบียดเสียด หรือชะเง้อแง้แลหาสิ่งที่สนใจ แม้จะเข้าไปสัมผัสสิ่งนั้นๆ ไม่ถึงในบางแผง บางบู๊ธ ทั้งสินค้าและวิชาการ ในปี พ.ศ. 2562 ช่วงเวลากำหนดจัดงาน “เกษตรแฟร์ ประจำปี 2562” ในระหว่างวันที่ 25 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้แนวคิด “เกษตรศาสตร์นำไทย นวัตกรรมก้าวไกล ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งแต่ละครั้งของการจัดงานจะมี “แนวคิด” หรือหลายคนอาจจะให้คำเรียก คำกำจัดความนี้เป็นคำอื่นๆ เช่น นักวิชาการ บอกว่า “กระบวนทัศน์” Concept (ความคิดรวบยอด, สิ่
พฤกษาธันวา พรพา มาสถิต ด้วยผูกมิตร คริสต์มาส สีแดงเขียว มีสีเหลือง ดาวเรือง ไม่ดายเดียว เป็นเพื่อนเกี่ยว พุทธรักษา มาด้วยใจ ดอกหรือใบ ใคร่รู้ ดูสวยนัก มาดประจักษ์ สีสัน นั้นสดใส เขียวแดงบาน นั้นหรือ คือยอดใบ ก่อนปีใหม่ “Christmas Eve” กลีบกระจาย เรื่องสีสด ดุจดาว พราวท้องฟ้า ซ้อนกลีบท้า แสงตะวัน อันเฉิดฉาย สีดอกเหลือง เรืองแสงจันทร์ พรรณราย ดาวหลบหาย อาย “ดาวเรือง” ชำเลืองมอง พุทธศร ดุจบิดร มาป้องปก เทิดยอยก เป็นพฤกษา มาสนอง ต้นดอกใบ ในกอ ขอคุ้มครอง บุญประคอง พรพิสุทธิ์ พุทธรักษา ขึ้นต้นบทกลอน อ้างอิงพฤกษาซึ่งเราคงจะชินตาคุ้นหู ประจำเดือนธันวาคมของทุกปี โดยมีสัญลักษณ์ เอกลักษณ์ของแต่ละชนิดดอก ให้ความรู้สึกความหมายที่เป็นมงคล และความชื่นบานช่วงปลายปี ตามแต่ความนิยมความเชื่อแต่ละกลุ่มชน ถ้าเอ่ยคำว่า “คริสต์มาส” (Christmas) อาจจะมีความหมายแตกต่างกันตามแต่ที่มาของความคิด หรือจุดหมายที่ประสงค์จะสื่อสารเรื่องอะไร แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึงวันคริสต์มาส ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกๆ ปี เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู นอกจากนี้ ยังหมายถึงเกาะคริสต์มาส ดินแดนนอกชายฝั่งของออสเตรเลีย ด้วงคริสต์
หยาดรอยยิ้ม พริ้มเย็น อยู่เป็นนิจ ผ่องน้ำจิต พราวล้ำ เพชรน้ำใส รักศิษย์ล้วน ถ้วนหน้า เกินกว่าใคร “งานกล้วยไม้” คือชีวิต…จิตวิญญา ค่อนชีวี…บนทางท่านสร้างสม เพื่อสังคม คุณภาพ อาบคุณค่า วิทยาทาน ถ่ายทอด ตลอดมา สม “บิดา…โลกสวยกล้วยไม้ไทย” บทกลอนด้านในปกหน้า จากหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานน้อมแสดงกตัญญุตา และมุทิตาจิต แด่ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ศุภวาระสิริอายุครบ 6 รอบ (72 ปี) วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ซึ่งมีภาพ ท่าน ศ.ระพี กำลังเอื้อมโน้มช่อกล้วยไม้สีแดงเข้มช่อใหญ่อย่างชื่นชม หากพลิกกลับดูปกหลัง ก็มีภาพช่อดอกกล้วยไม้ พร้อมบทกลอนใต้ภาพที่ประกาศเกียรติคุณของท่านอาจารย์ไว้ น่าจะสอดคล้องสัมพันธ์กับบทกลอนที่กล่าวไว้ตอนต้น ว่า กว่าครึ่งค่อน…72 ปี…คลื่นชีวิต ท่านมุ่งคิด…มุ่งสรรค์…สมฝันใฝ่ ไม่เคยหวัง เรื่องชื่อ เสียงลือไกล หวังเพียงให้…และให้ ด้วยใจจริง ถึงวันนี้…ท่านยิ้ม…สุขอิ่มฝัน คลื่นชีวัน…ใกล้พลบ…สงบนิ่ง ยืด “ความว่าง” เป็นหลัก ใจพักพิง ด้วยทุกสิ่ง…ลุล่วง…หมดห่วงใย ทั้งปกหน้าและปกหลัง มีภาพช่อดอกกล้วยไม้
บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้แก่ตัวเราเอง อะหัง สุขิโต โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข) อะหัง นิททุกโข โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์) อะหัง อะเวโร โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร) อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง) สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ (ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกาย สุขใจ รักษากายวาจาใจให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด) เป็นบทสวดแผ่เมตตา บทที่ 1 ในบทสวดมนต์ 9 บทสวดมนต์ข้ามปี พ.ศ. 2560 ก้าวเข้าสู่ปี 2561 โพสต์ไว้โดยชาว “Sanook! Horoscope” เพื่อคนที่อาจจะไม่สะดวกไปร่วมงานสวดตามสถานที่ในวัด หรือศาสนสถานต่างๆ ซึ่งมีการจัดเตรียมกันไว้ ก็สามารถใช้บทสวดมนต์ 9 บท สวดที่บ้านตนเอง โดยแต่ละบทมีชื่อดังนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านคงจะเคยได้ยินและเคยสวดมาบ้างแล้ว คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย ขึ้นต้นว่า อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิฯ บทกราบพระรัตนตรัย ขึ้นต้นว่า อะระหัง สัมมนา สัมพุทธโธ ภะคะวาฯ นมัสการพระพุทธเจ้า ขึ้นต้นว่า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโตฯ 4. สมาทานศีล 5 ขึ้นต้นว่า ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทังฯ บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ประกอบด้วยบทย่อย 3 บท
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ พระแสงสำอางข้างเคียง เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง สำเนียงน่าฟังวังเวง กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง แตรสังข์กังสดาลขานเสียง กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พญาลอคลอเคียง แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง อีเก้งเริงร้องลองเชิง ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป เป็นบทอาขยาน ตัดตอนส่วนหนึ่งมาจากแบบเรียนภาษาไทย ในเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา โดยท่านสุนทรภู่ ซึ่งหาอ่านได้ในหนังสือ มูลบทบรรพกิจของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย) ตั้งแต่ตำราเรียนภาษาไทยยังไม่มากอย่างนี้ และเชื่อว่าท่านผู้ใดที่ผ่าน “ป.3 หรือ ป.4” มาแล้วมากกว่า 40 ปี ต้องได้เคยท่องอาขยานบทนี้ทั้งชั้นในห้องเรียนก่อนกลับบ้าน แล้วปิดด้วยบทไหว้พระสวดมนต์ ซึ่งเชื่ออีกว่าเด็กนักเรียนสมัยนั้นมีจิตใจความรู้สึกละเอียดอ่อนจากวรรณกรรมอักษรที่ร้อยเรียงอารมณ์พรรณนาโวหารยิ่งนัก จากบรรยากาศที่ผ่านมา เชื่อว
…ต้นไม้ใหญ่ เอาขวานมาสับ ฉับฉับให้ลึก ไม้ค่อยสึก ค่อยทรุด จนโค่นลงพลัน แต่ใจเธอถูกคมลิ้นฉันเกี่ยวทุกวัน อัศจรรย์ไม่เคยสะท้านฤดี…ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่เคยนำมาประกอบคอลัมน์พฤกษากับเสียงเพลง ในหัวข้อ “พฤกษาหมอต้นไม้ แต่…คนไข้ไม่เคยมาหา” ลงในฉบับที่ 596 วันที่ 1 เมษายน 2558 ชื่อเพลง “รอนาทีสมรัก” ขับร้องโดย คุณมนูญ เทพประทาน จึงอยากจะประชดต้นไม้ใหญ่ แม้ไม่ทราบว่าเป็นไม้เนื้ออ่อนหรือเนื้อแข็ง แต่เมื่อไม้ถูกคมมีด คมขวาน สับ ยังค่อยๆ ทรุดโค่นลงได้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเลื่อยไฟฟ้าหรือเลื่อยยนต์ ต่อให้ใหญ่กี่คนโอบ มีหรือจะต้านน้ำมือมนุษย์ สงสัยอยู่เพียงว่าปุ่มปมของต้นไม้ใหญ่นั้น ใหญ่กว่าหัวใจมนุษย์ที่มีขนาดเพียงกำปั้นเท่านั้น ทำไมถึงทนคมลิ้นเกี้ยวได้โดยไม่สะท้านใจ แสดงว่าใจคนแกร่งกว่าต้นไม้ใหญ่กระนั้นหรือ ก็ต้องรอให้ถึงนาทีที่จะได้สมรัก น่าจะพนันกันว่า ต้นไม้หรือใจคน ไหนจะ “ทรุด” หรือ “ยอม” ก่อนกัน เมื่อฉบับที่ผ่านมาได้กล่าวถึงวิชารุกขกรรม และรุกขกร ที่น่าจะเป็นผู้ “อารักษ์” ต้นไม้ได้ เพราะช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม มีพายุฝน ลมแรง ทำให้ต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นโค่นล้มทำความเสี
แม่ไม้ แม่ไม้ร่ายไม้มารัง รักษ์ไม้มาประดัง เป็นดงเป็นแดนแผ่นดิน เป็นป่านาครนครินทร์ ร่มเหย้าเยือนยิน ดียังดังอยู่ดินเย็น ทอดร่างอำรุงปรุงเป็น ลมปราณ ประมาณเห็น ค่าไม้มหิทธามหาศาล แม่ไม้แม่ฟ้าสุธาธาร ยงทวีปจักรวาล วัฏจักรจักผจงจงดี สูงนักสูงศักดิ์สิทธิ์ศรี สืบไพรพนาลี เถิดลูกจะพิทักษ์รักษา บทกวีร่ายสุภาพ “แม่ไม้” โดย ท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2536 เขียนไว้ในหนังสือ มิ่งไม้เกษตรกลางบางเขน โครงการขึ้นทะเบียนไม้ใหญ่ ในบริเวณเกษตรกลางบางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2542 ได้อ่านแล้วชวนให้อยากมีเมืองสักเมืองหนึ่งที่ร่มเย็นด้วยป่ากลางเมือง ขยายเป็นป่าคลุมเมือง หรือจะเป็นป่าล้อมเมืองก็ได้ แล้วขออนุญาตเรียกชื่อล่วงหน้าไว้ว่า “วนานคร” “รุกขกรรม” (Arboriculture) เป็นวิชาที่นักวิชาการเสนอว่าควรมีการเปิดการเรียนการสอนเพื่อสร้างองค์ความรู้และมีผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ใหญ่ โดยสร้างวิชาชีพให้มี “รุกขกร” เป็นผู้รับผิดชอบเฉพาะด้าน ทั้งนี้ เนื่องจากการรณรงค์เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับการตัดต้นไม้ให
ต้นไม้มีความรัก ให้ทุกคนบนโลกนี้ ต้นไม้ให้อากาศดีดี ให้ปอดเรานี้ได้หายใจ ต้นไม้ให้เราได้ร่มรื่น ได้สดชื่นสบายใจ เรามาช่วยกันรักต้นไม้ ถนอมรักษาไว้ให้เขียวขจี เป็นสารจากรองผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม เรืออากาศตรี รักษา โภคาสถิตย์ เขียนไว้ในหนังสือ “วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ 2534” กองสวนสาธารณะ สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร พิมพ์เพื่อเป็นอภินันทนาการ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ 28 พฤษภาคม 2534 หนังสือ วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ พ.ศ…. ซึ่งจัดพิมพ์โดย สำนักงาน งานส่งเสริมและเผยแพร่ กองสวนสาธารณะ สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร เป็นการจัดพิมพ์ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละปี แต่ละเล่ม ก็จะมีคำนำ คำขวัญ จากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่ละช่วงสมัยหมุนเวียนแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันโดยทุกช่วงสมัยก็จะมีนโยบายที่เหมือนกันคือ เชิญชวนปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ ตามประกาศกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้ตรงกับวันวิสาขบูชาทุกปี เพียงแต่ว่า แต่ละปี วันวิสาขบูชาอาจจะเปลี่ยนช่วงเวลาไปตามปฏิทิน หรืออาจจะตรงกับวันเข้าพรรษา หรือตรงกับวันเพ
