พฤกษานานาพรรณ
บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้แก่ตัวเราเอง อะหัง สุขิโต โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข) อะหัง นิททุกโข โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์) อะหัง อะเวโร โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร) อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง) สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ (ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกาย สุขใจ รักษากายวาจาใจให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด) เป็นบทสวดแผ่เมตตา บทที่ 1 ในบทสวดมนต์ 9 บทสวดมนต์ข้ามปี พ.ศ. 2560 ก้าวเข้าสู่ปี 2561 โพสต์ไว้โดยชาว “Sanook! Horoscope” เพื่อคนที่อาจจะไม่สะดวกไปร่วมงานสวดตามสถานที่ในวัด หรือศาสนสถานต่างๆ ซึ่งมีการจัดเตรียมกันไว้ ก็สามารถใช้บทสวดมนต์ 9 บท สวดที่บ้านตนเอง โดยแต่ละบทมีชื่อดังนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านคงจะเคยได้ยินและเคยสวดมาบ้างแล้ว คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย ขึ้นต้นว่า อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิฯ บทกราบพระรัตนตรัย ขึ้นต้นว่า อะระหัง สัมมนา สัมพุทธโธ ภะคะวาฯ นมัสการพระพุทธเจ้า ขึ้นต้นว่า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโตฯ 4. สมาทานศีล 5 ขึ้นต้นว่า ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทังฯ บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ประกอบด้วยบทย่อย 3 บท
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ พระแสงสำอางข้างเคียง เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง สำเนียงน่าฟังวังเวง กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง แตรสังข์กังสดาลขานเสียง กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พญาลอคลอเคียง แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง อีเก้งเริงร้องลองเชิง ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป เป็นบทอาขยาน ตัดตอนส่วนหนึ่งมาจากแบบเรียนภาษาไทย ในเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา โดยท่านสุนทรภู่ ซึ่งหาอ่านได้ในหนังสือ มูลบทบรรพกิจของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย) ตั้งแต่ตำราเรียนภาษาไทยยังไม่มากอย่างนี้ และเชื่อว่าท่านผู้ใดที่ผ่าน “ป.3 หรือ ป.4” มาแล้วมากกว่า 40 ปี ต้องได้เคยท่องอาขยานบทนี้ทั้งชั้นในห้องเรียนก่อนกลับบ้าน แล้วปิดด้วยบทไหว้พระสวดมนต์ ซึ่งเชื่ออีกว่าเด็กนักเรียนสมัยนั้นมีจิตใจความรู้สึกละเอียดอ่อนจากวรรณกรรมอักษรที่ร้อยเรียงอารมณ์พรรณนาโวหารยิ่งนัก จากบรรยากาศที่ผ่านมา เชื่อว
ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นดั่ง “กษัตริย์เกษตร” ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ได้ทรงงานมาตลอด 70 ปี ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีมากกว่า 4,000 โครงการ ที่มุ่งแก้ปัญหาทำกินของเกษตรกรมาโดยตลอด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กรมศิลปากรได้นำเสนอพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านการจัดภูมิทัศน์นอกรั้วราชวัติ ทางด้านทิศเหนือในงานพระเมรุมาศ เพื่อให้ประชาชนไทยได้เรียนรู้ผลงานพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และร่วมสานต่อพระราชปณิธาน ข้าว แปลงคันนาเลข ๙ สะท้อนพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “ข้าว” นับเป็นโครงการพระราชดำริลำดับแรก ๆ ที่พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก เพราะข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ ทรงจัดทำแปลงนาข้าวทดลองส่วนพระองค์ในสวนจิตรลดา และสร้างโรงสีทดลองขนาดเล็ก สำหรับเป็นต้นแบบเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มข้าว เพื่อให้ชาวนาได้เรียน
