พลังงาน
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีความสงสัยว่า การปลูกต้นไม้จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยหรือไม่ ผมเคยดูทีวี เห็นว่าเกษตรกรหลายท่านปลูกพืชผลไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด จะใส่เพียงปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งยังขายได้ราคาดีอีกด้วย คุณหมอเกษตร ในฐานะที่ท่านคร่ำหวอดอยู่ในวงการเกษตร ท่านมีความเห็นอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ วรพจน์ วงศ์อำนวย กาญจนบุรี ตอบ คุณวรพจน์ วงศ์อำนวย ปุ๋ย หมายถึงวัสดุที่ใส่ลงในดิน หรือฉีดพ่นที่ใบ แล้วปลดปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นแก่พืช ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม สามารถทำให้ต้นไม้เจริญเติบโต ให้ผลผลิต และสืบเผ่าพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์ ในธรรมชาติของต้นไม้ วงจรชีวิตเริ่มจากเมล็ด แล้วงอกเป็นต้นกล้า เข้าสู่ระยะเจริญเติบโตเป็นวัยเจริญพันธุ์ และสุกแก่ลงในที่สุด ภายในผลมีเมล็ดอยู่ภายใน ตั้งแต่ 1 เมล็ด ไปจนถึงจำนวน 100 เมล็ด ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช การเจริญเติบโตจนถึงระยะสุกแก่ ต้นไม้ต้องผ่านขบวนการสังเคราะห์แสง ที่ใบไม้ที่มีสีเขียวของคลอโรฟีล เป็นโรงงานผลิตแป้งและน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรต (CHON) แสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่ง รวมทั้งก๊าซคาร์บอนไดออก
เดือนกันยายนนี้ค่าไฟแพงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้การอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกผู้ประกอบการและ SME บ้านเรา ในการบริหารต้นทุนประคับประคองให้อยู่รอดทั้งตัวองค์กรเองไปจนถึงผู้บริโภค ให้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อ สงครามรัสเซีย – ยูเครนน้อยที่สุด ดังนั้นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการ พนักงาน เจ้าของโรงงานต่างๆ ต้องคิดออกมาเป็นสูตรสำเร็จในการจะทำอย่างไร? ให้ภาคธุรกิจประหยัดต้นทุนด้านพลังงานได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะเริ่มด้วยวิธีพื้นฐานเหล่านี้ เช่น แสงสว่าง การประหยัดพลังงานด้านแสงสว่างโดยการปิดไฟเมื่อไม่มีการใช้งาน เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่เหล่านั้นไม่มีพนักงานอยู่ การติดตั้งระบบให้แสงสว่างอัตโนมัติหรือการใช้เซนเซอร์เพื่อเปิด – ปิดไฟ เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ที่สามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานด้านแสงสว่างได้ วางแผนการใช้อุปกรณ์เครื่องจักร อุปกรณ์หรือเครื่องจักรต่างๆ ในโรงงานควรเปิดเมื่อมีการใช้งานเท่านั้น การเปิดอุปกรณ์ทิ้งไว้ หรือหลงลืมเปิดเครื่องโดยไม่จำเป็นทำให้เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นอย
รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงเสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้มุมมองในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายบริหารจัดการ ถึง “วิกฤติซ้ำซ้อน” พลังงาน-อาหารแพงโลก ที่ส่งผลกระทบสูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมาว่า เป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเริ่มวิกฤติ COVID-19 ซึ่งทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจจำนวนมากต้องหยุดชะงัก แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อให้เกิดวิกฤติพลังงาน และวิกฤติอาหารโลกซ้อนขึ้นมาด้วย “ในขณะที่ประเทศไทยยังมีคนตกงานจำนวนมาก ค่าแรงขึ้นไม่ทัน และธุรกิจก็มีความลำบากในการแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจึงเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง” รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงเสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวอธิบายเพิ่มเติม รองศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิงเสาวคนธ์ รัตนวิจิตราศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เสนอให้ภาครัฐมองให้กว้างไกลกำหนดนโยบายและสร้างระบบที่แข็งแกร่งไว้รองรับ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตามศาสตร์พระราชา “เศรษฐกิจพ
ปัจจุบัน ประเทศไทย มีความตื่นตัวทางด้านพลังงานทดแทนอย่างมาก รัฐบาลมีนโยบายรณรงค์สนับสนุนงานวิจัยเรื่องการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น รวมทั้งดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม จนกลายเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าเป็นระบบสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญ และถือเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน วช. ผลักดันต้นแบบชุมชนสีเขียว ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ตามการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทน จึงได้ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยพลังงานทดแทน (โครงการท้าทายไทย) ที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ภายใต้ชื่อ โครงการ “การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ในชุมชนสีเขียว” แก่ ศาสตราจารย์ ดร. ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคณะ ที่มุ่งศึกษาวิจัยและนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีจากงานวิจัยด้านพลังงานไปใช้ในชุมชน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และใช้พลังงานให้เกิดประสิท
“การบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน คือการกำจัดขยะโดยการใช้ขยะเป็นตัวตั้งต้น ในการผลิตกระแสไฟฟ้า นี่คือการใช้ประโยชน์จากขยะและกำจัดขยะ ไปในคราวเดียวกัน” พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ กล่าว พลตรี รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 (ดูแลความสงบเรียบร้อย 25 จังหวัด) กรุณาอนุมัติให้ คณะทำงาน รายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” เข้าสัมภาษณ์และถ่ายทำรายการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” ความยาว 1 ชั่วโมง ตอน การบริหารจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่บริเวณบ้านเชิงเขาทอง ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.) สังกัด กองทัพภาคที่ 1 พลตรี รังษี กล่าวว่า พี่น้องประชาชนทั่วไป อาจจะสงสัยว่า พล. 1 รอ. กองทัพภาคที่ 1 เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอย พื้นที่บริเวณบ้านเชิงเขาทอง ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นี้ได้อย่างไร ผมขอเรียนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่บริเวณเชิงเขาทอง ในกำกับดูแ
TDRI ชำแหละอนาคตพลังงานทดแทน นักวิชาการ-เอกชนเสียงแตก หนุนเทคโนโลยีเก็บพลังงาน นางสาววิชสิณี วิบุลผลประเสริฐ นักวิชาการมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา (TDRI) กล่าวในเวทีเสวนา “อนาคตพลังงานไฟฟ้าไทย ทำอย่างไรถ้าไม่พึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ว่า ไทยต้องปรับนโยบายด้านพลังงานไปสู่ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต ด้วยระบบเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (energy storage) ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม รัฐและผู้กำกับดูแลควรพิจารณานำพลังงานใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกระยะยาว ซึ่งขณะนี้ออสเตรเลียได้พัฒนาการใช้ระบบกักเก็บพลังงานโดยใช้แบตเตอรี่ lithi-um-ion มีความหลากหลายและต้นทุนต่ำมาใช้แล้ว นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่ารัฐต้องเข้ามามีบทบาทกำหนดให้ชัดเจน หากไม่พึ่งพาถ่านหิน ไทยต้องบริหารจัดการการจำกัดการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีก โดยระบบเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 30% เช่น กลุ่มไบโอแมส ซึ่งผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แม้ว่าจะยังไม่มีความแน่นอน และต้องมุ่งหาแหล่งผลิตวัตถุดิบก๊าซธรรมชาติ เพื่อทดแทนการนำเข้า นายสมพงษ์ ปรีเปรม รองผู้ว่าการด้านวางแผน การไฟฟ้าส่วนภูม
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กระทรวงพลังงานและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมจัด “งานสัมมนาโครงการพลังงานทดแทนชุมชน ไทย-เยอรมัน ครั้งที่ 3” ซึ่งการจัดงานสัมมนาครั้งนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาโอกาสในการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนมาใช้ในชุมชนไทย ผู้แทนจากกว่า 10 ชุมชนทั่วประเทศไทยเข้าร่วมการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินโครงการด้านพลังงานยั่งยืนในจังหวัดของตนเอง โดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติได้มีโอกาสพบกับผู้แทนชุมชนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกริดพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน นายหร่อหยา จันทรัตนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ประธานงานสัมมนาครั้งนี้ ได้กล่าวว่า “งานสัมมนาโครงการพลังงานทดแทนชุมชน ไทย–เยอรมัน ครั้งที่ 3 จะส่งเสริมชุมชนในการพัฒนาการใช้พลังงานในรูปแบบการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” และยังได้เน้นย้ำว่าความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาร
หลังจากที่ได้เปิดตัวบริษัทฯ อย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร One Stop Service ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัย เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านการพัฒนาสังคมของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา” เสริมสร้างรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ “LIGHT & LEARN” โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มาช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศสำหรับชุมชนไทยภูเขา อันจะเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างต้นทุนทางปัญญาที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของชุมชนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ “LIGHT & LEARN” มุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนในชุมชนที่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้าในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง จังหวัดตาก โดยทีมงานจาก บ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ ได้เข้าไปตรวจส
ความท้าทายของมนุษย์โลกที่สำคัญในอนาคต คือ การปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้ที่ดินในภาคเกษตร การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานและน้ำ การคาดคะเนอนาคตของการใช้ที่ดิน ภาพในอนาคตของน้ำ จากนโยบายต่างๆ และความต้องการใช้พลังงานของประเทศไทยใน 20 ปีข้างหน้า จึงมีผลสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจไทยในอนาคต ในเวทีสัมมนา “ภาพอนาคตในปี 2035 : ที่ดิน พลังงาน และน้ำในประเทศไทย” โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ รร.ดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ มีการพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว โอกาสนี้ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. ร่วมให้ข้อมูลถึงทิศทางการสนับสนุนการวิจัยของ สกว. ที่เปลี่ยนแปลงไปว่าจะมุ่งเน้น 1.การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยโจทย์วิจัยมาจากผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโดยตรง 2.ต้องการให้งานวิจัยส่งผลกระทบสูงต่อสังคม ที่เกิดต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ โดยปีงบประมาณ 2561 กำลังสนับสนุนทุนเรื่อง Future Study ซึ่งสอดคล้องกับเวทีสัมมนาในวันนี้ที่เป็นการพยากรณ์ภาพอนาคตของประเทศ โดยใช้งานวิจัยเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญ เพื่อสร้างทา
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ กระทรวงพลังงาน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขานรับแผนอนุรักษ์พลังงานของรัฐบาล จับมือ อิมแพ็คฯ และ MEX Exhibitions เตรียมพร้อมจัดงาน “Thailand Energy Efficiency Week 2017” ผนึก 3 งานใหญ่โชว์นวัตกรรมประหยัดพลังงานของประเทศไทย และนานาชาติ พร้อมเป็นเวทีกลางในการเจรจาธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน คาดมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 ราย และมีเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท โดยงานฯ จะจัดขึ้นวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม 2560 อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันนี้ (7 ธันวาคม 2559) นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ได้รับการยกย่องให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ทรงวางแนวทางในการพัฒนาพลังงานบนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทรงมีพระราชดำรัสคอยย้ำเตือนพวกเราทุกคนให้รัก และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าอยู่เสมอ กฟผ. ในฐานะองค์กรภาครัฐ จึงมีภารกิ
