พะยุง
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “ไม้พะยูง หรือ พะยุง” ตามหน้าข่าวบ่อยๆ ซึ่งโดยมากมักเป็นข่าวคนร้ายลักลอบตัดไม้พะยูงตามป่า หรือวัด ไม้พะยูงนั้นขึ้นขื่อว่าเป็นไม้ที่ “ปลูกง่ายแต่ตัดยาก” เพราะจัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. หรือไม้หวงห้ามธรรมดา ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช พ.ศ. 2484 ที่มีจำนวนกว่า 158 ชนิด โดยไม้เหล่านี้เป็นพันธุ์ไม้ที่ให้เนื้อไม้มีคุณภาพดี ใช้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือนได้ แต่ทางการจะยอมให้ตัดและชักลากออกมาทำสินค้าได้ ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน และไม่อนุญาตให้ส่งออก ปลดล็อก! ตัด “ไม้หวงห้าม” ที่ดินตัวเอง แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับแก้ พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ มาตรา 7 เป็นการลดขั้นตอนการอนุญาตให้ทั้งผู้ประกอบการเเละประชาชนที่มีไม้ในบัญชีหวงห้าม เช่น พะยูง ชิงชัน สัก ยางนา ฯลฯ ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินเอกสารสิทธิของตัวเอง สามารถปลูกหรือตัดไม้หวงห้ามบนที่ดินกรรมสิทธิ์ได้ และหากผู้ใดประสงค์จะขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพ
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวทำนองว่า ชาวบ้านตัดไม้พะยูงที่ล้มในที่ดินตัวเอง แล้วปรากฏว่า “ผิดกฎหมาย” ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ ฉบับเดิม “ไม้พะยูง” ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด ถือเป็นไม้หวงห้ามทั้งหมด การจะตัดจะโค่นต้องได้รับอนุญาตก่อน แต่ถ้าที่เป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์ เจ้าของที่จะไปร้องขอคืนได้ แต่ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญคือ ให้ไม้หวงห้าม เช่น ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้พะยูง ฯลฯ ที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม ล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด หรือทนายเกิดผล เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด ถึงประเด็นดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ “แก้ไข พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ ใหม่… ให้ยกเลิก ไม้หวงห้าม ตามกฎหมายเก่า คือแต่เดิม บรรดาไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยูงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดา ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเ
