พันธุ์ไม้ด่าง
ในช่วงนี้คงไม่มีใครที่ไม่ได้ยินเรื่องราวของไม้ด่างชนิดต่างๆ ที่ออกสื่อโซเชียลมีเดียว่ามีการซื้อขายกันในราคาที่พุ่งแรงเป็นอย่างมาก บางต้นราคาอยู่ที่หลักแสนบาทและไปถึงหลักล้านบาทก็มีให้เห็น จึงทำให้วงการไม้ด่างเป็นอีกหนึ่งตลาดการซื้อขายที่ค่อนข้างมีมูลค่ามากในช่วงเวลานี้ เพราะมีผู้สนใจหลากหลายอาชีพเข้ามาให้ความสนใจและเรียนรู้ที่จะศึกษาในเรื่องของการปลูก การขยายพันธุ์ และการทำตลาดจนเกิดรายได้ คุณจามร จันทรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 23/4 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เห็นกระแสของไม้ด่างว่าน่าปลูกในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังเกิดขึ้นในช่วงแรกในประเทศ ในช่วงนั้นเขาเพียงแต่ซื้อไม้ชนิดอื่นเข้ามาปลูกเพียงอย่างเดียว ต่อมาจึงเริ่มซื้อไม้ใบประดับใบที่มีลักษณะใบด่างเข้ามาปลูก พร้อมทั้งเรียนรู้การขยายพันธุ์จนไม้มีจำนวนมาก เมื่อมีผู้พบเห็นจึงเกิดการซื้อขายจนสามารถทำเป็นอาชีพเสริม คุณจามร เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาทางด้านการเกษตร สาขาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลังจบการศึกษาก็ได้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรมาโดยตลอ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thevetia peruviana (Pers.) K. Schum ชื่อสามัญ Yellow oleander, Lucky bean, Trumpet flower ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE ชื่ออื่นๆ กระบอก กระทอก ยี่โถฝรั่ง รำพน แซะศาลา แซน่าวา นารีรำพึง นารีสะดุ้ง หนูถูกกล่าวหาว่า “สวยแต่มีพิษ” แต่หนูไม่สนใจคำนินทา เพราะภูมิหลังของหนูน่าภูมิใจ ที่มีประวัติจากทวีปอเมริกา และตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ส่งคณะสงฆ์ไปประเทศศรีลังกา นำต้นรำเพยกลับมาถวายพระองค์ ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อ “รำเพย” ก็ถูกจัดเป็นไม้มงคล ทั้งยังเป็นต้นไม้ประจำโรงเรียนเทพศิรินทร์ ตามสีใบ และดอก แล้วรู้จักกันว่า “ลูกแม่รำเพย” ส่วนที่ปลื้มอีกอย่างคือ ยังมีชื่อในบทพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ในกาพย์เห่เรือ ตอนเห่ชมไม้ ว่า “รวยรินกลิ่นรำเพย คิดถึงเคยเชยกลิ่นปราง นั่งแนบแอบเอวบาง ห่อนแหห่างว่างเว้นวัน ฯลฯ” เรื่องกลิ่นนี้ก็มีเสียงวิพากษ์กันว่า ดอกรำเพยไม่มีกลิ่น บ้างก็ว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ บางเวลา จึงเป็นที่มาของบทเพลงมากมายหลายค่ายเพลง เช่น “ลมรำเพยเจ้าเอย เจ้าเคยคิดถึงคนรักบ้างไหม เจ้าพัดมาไกล จะไปหาใครหนใด…ฯลฯ” อีกบทเพลงว่า “ลมรำเพยอกเอ๋ยจำได้ กลิ่นดอกไม้ทรามวัยใช้แนมแซมผม เจ้าใช
