พืชตระกูลปาล์ม
ปัจจุบัน เมืองไทยมีอาณาจักรต้นลาน อยู่ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่นี่มีต้นลานขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จัดเป็นป่าลานในธรรมชาติผืนเดียวและผืนสุดท้ายของประเทศ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375ไร่ หรือ 2,235 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย วังน้ำเขียว ครบุรี เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม ทั้ง หุบผา หน้าผา น้ำตก ในอดีตป่าลานที่อุดมสมบูรณ์มีขึ้นอยู่กระจายทั่วๆ ไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมามีการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้ป่าลานถูกบุกรุกทำลายลงไปมาก จนปัจจุบันคงเหลือป่าลานแห่งสุดท้าย คือ บริเวณบ้านทับลาน บ้านขุนศรี บ้านบุพราหมณ์ และบ้านวังมืด จังหวัดปราจีนบุรี การตรวจสอบสภาพป่าลานเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2517 ของ นายประดิษฐ์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ สมัยนั้น พบว่ามีป่าลานขนาดใหญ่ แต่ก็เริ่มมีการบุก
กรมวิชาการเกษตรโชว์งานวิจัยใหม่ “ผลิตชีวภัณฑ์ราเขียวเมตาไรเซียมแบบอัดเม็ด ” สะดวกพร้อมใช้ปราบด้วงแรดศัตรูร้ายทำลายมะพร้าว คุณภาพดีกว่าใช้เชื้อสด แถมสลายตัวได้ง่าย อายุเก็บรักษานานข้ามปี นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ราเขียวเมตาไรเซียมเป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด ปัจจุบันสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ได้คัดเลือกราเขียวเมตาไรเซียมสายพันธุ์ DOA-M5 ที่มีความจำเพาะเจาะจงในการเข้าทำลายด้วงแรด ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญในมะพร้าวและพืชตระกูลปาล์ม โดยราเขียวสามารถทำลายด้วงแรดได้ทั้งในระยะตัวหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย โดยที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ราเขียวเมตาไรเซียมในรูปแบบเชื้อสดที่เลี้ยงในธัญพืช ซึ่งสามารถเลี้ยงขยายได้ง่าย แต่มีข้อเสียเรื่องระยะเวลาในการเก็บรักษาซึ่งไม่สามารถเก็บเชื้อไว้ได้นาน และไม่สามารถควบคุมคุณภาพของเชื้อได้ เนื่องจากการเก็บรักษาเชื้อจำเป็นต้องเก็บในที่เย็นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของเชื้อ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาและต่อยอดงานวิจัยดังกล่าว สำนักวิจัยพัฒนาการอารั
ชื่อวิทยาศาสตร์ Arenga pinnata Werr. ชื่อสามัญ Sugar palm, Arenga palm, Candy palm ชื่อวงศ์ ARECACEAE,/ PALMAE ชื่ออื่นๆ ฉก ต๋าว ต้นชก เต่าเกียด กาฉก มะต๋าว โยก ชิด ผมกลายเป็น “ของแปลก” จากป่า ทั้งรูปร่าง หน้าตา ชื่อเสียง และพฤติกรรมในสายตาผู้คนที่รู้จักผม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคน “ปักษ์ใต้” แม้ว่าแต่ละภาค แต่ละจังหวัด จะมีผลิตผลผลิตภัณฑ์แปรรูป ที่รูปลักษณ์คล้ายๆ กับผม แต่ถ้าหากเอ่ยชื่อ และเรียกผมว่า “ลูกชก” ผมก็จะกลายเป็น “ของดีเมืองพังงา” และจัดเป็นพืชหายากในระดับประเทศ ยืนยันว่าพบผมได้ไม่มาก แม้ในจังหวัดพังงา หรือ กระบี่ แน่นอนว่าชื่อผมแปลกมากๆ เพราะถ้าอ่านภาษาเขียนว่า “ลูกชก” ก็เป็นพฤติกรรมของนักมวยที่ไป “ชก” และเป็นคำถามว่า “ลูกไปชกอะไร” แต่ในความจริง สำเนียงภาคใต้ที่ออกเสียงเป็นภาษาถิ่น เป็น “ฉก” เป็นชื่อพื้นเมืองที่เรียกผมว่า “หลูกฉก” จึงฟังแล้วอาจจะ งง-งง สับสนบ้าง แต่ปัญหากลับเป็นอุทาหรณ์เชิงพฤติกรรม ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ต้นลูกฆ่าแม่” ดูจะร้ายแรงกว่า “ลูกชก…แม่” เนื่องจากกว่าผมจะโตเต็มที่ ระดับเจริญพันธุ์ ออกดอก ผล เพื่อนำไปเพาะปลูกได้ ต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปี คือเมื่อออกผลต้องถ
“ตั๊กแตนไผ่” เป็นแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นตัวร้ายที่ทำลายพืชได้หลากหลายชนิด อาทิ ไผ่ – ข้าว – ข้าวโพด -พืชตระกูลปาล์ม แมลงชนิดนี้ คนไทยไม่ค่อยรู้จักแต่ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ทำให้แมลงศัตรูพืชสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี และแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น หากตั๊กแตนไผ่หลุดเข้ามาในพื้นที่การเกษตรของไทยก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง จึงอยากนำเรื่องราวตั๊กแตนไผ่มาบอกเล่าให้เกษตรกรไทยได้รู้จักและเข้าใจธรรมชาติของตั๊กแตนไผ่กันไว้สักหน่อยเพื่อจะได้ช่วยกันติดตามเฝ้าระวัง หากใครพบตั๊กแตนไผ่ในแปลงเพาะปลูก จะได้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เข้ามาดำเนินการควบคุม และหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง วงจรชีวิต ตั๊กแตนไผ่ ตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ceracris kiangsu วงศ์ : Acrididae อันดับ : Orthoptera ตั๊กแตนไผ่ มีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดิน ในช่วงเดือน ม.ค.- เม.ย. ระยะตัวอ่อน (46-69 วัน) ในช่วงเดือน พ.ค.- ก.ค. ระยะตัวเต็มวัย (40 วัน) ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. และระยะไข่ในช่วงเดือน ต.ค.- ธ.ค. มีรายงานว่า พบแมลงชนิดนี้วางไข่จำนวนมากใต
ประโยชน์ ใช้ทำลูกชิด มีพืชที่เป็นญาติใกล้ชิดกับต๋าวคือ ซก พบมากแถบจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้ทำลูกชิดได้เช่นกัน ต๋าว กับ ซก ต่างกันเล็กน้อย ต๋าว หรือ ตาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arenga westerhoutti Griff. พบในอินเดียและไทย โดยเฉพาะเขตป่าภูเขาสูง อย่าง น่าน อุตรดิตถ์ และบางอำเภอของจังหวัดเลย ต๋าว มีใบย่อยเรียงกันเป็นระเบียบในระนาบเดียวกัน ที่จังหวัดเลยมีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชื่อบ้าน “แก่วตาว” อยู่ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย ซก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arengapinnata Werr. มีใบย่อยเรียงกันหลายระดับ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อ เขาซก พบประชากรของต๋าวหนาแน่นที่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ต๋าว เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ต้นสูง 6-15 เมตร ไม่แตกกิ่ง ไม่แตกหน่อ ใบเป็นแฉกคล้ายมะพร้าว รูปขนนก โคนของเส้นใบมีกาบใบห่อหุ้ม เรียกว่า รก ตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งออกดอก ใช้เวลา 8-15 ปี แล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของต้น ผลต๋าวตั้งแต่ออกดอกจนเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลา 30-36 เดือน ต๋าว 1 ต้น ให้ผลผลิตได้ 7-10 ทะลาย แต่ละทะลายมีประมาณ 3,000 ผล ถือว่ามีขนาดใหญ่มาก ใส่กระบะรถจนเต็มได้เหมือนกัน ใช้คนหามขึ้นรถ 3-4 คน ต๋าว 1 ต้น มีอาย
