พืชผลการเกษตร
วันที่ 19 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวสวนมะนาวในพื้นที่ ต.นางลือ อ.เมืองชัยนาท โซนปลูกมะนาวแหล่งใหญ่ของภาคกลาง กำลังประสบปัญหาวิกฤตหนักที่สุดในรอบ 30 ปี จากปัญหาผลผลิตล้นตลาด ฉุดให้ราคามะนาวตกต่ำ ทำให้ชาวสวนหลายรายเริ่มตัดต้นมะนาวทิ้งเนื่องจากไม่คุ้มที่จะดูแลสวนต่อไป เพราะมีค่าใช้จ่ายทั้งปุ๋ย ค่ายา และค่าแรงคนงานเก็บมะนาวที่จะต้องจ้างทุกวัน วันละ 300 บาท/คน ในขณะที่ราคามะนาวหน้าสวนตกต่ำอย่างหนัก โดยมะนาวขนาดใหญ่ หรือไซซ์จัมโบ้ ราคารับซื้อเพียงลูกละ 50 สตางค์ นางปราณี ชาวสวนในพื้นที่กล่าวว่า ราคามะนาวไม่เคยย่ำแย่อย่างนี้มาก่อน โดยเฉพาะมะนาวเหลือง หรือมะนาวหล่นใต้ต้นที่แทบจะไม่คุ้มค่าแรงคนงานเก็บ เพราะปัจจุบันราคารับซื้อเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1 บาท ซึ่งหากวิกฤตราคามะนาวยังยืดเยื้อต่อไปเกิน 1 เดือน คาดว่าจะมีชาวสวนโค่นต้นมะนาวทิ้งอีกจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวตรวจสอบการซื้อขายมะนาวสดที่ตลาดภาษีซุง ในตัวเมืองชัยนาท พบว่าการซื้อขายเป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยแม่ค้าเปิดเผยว่า สถานการณ์มะนาวถูกและยอดขายตก ดำเนินมากว่า 2 เดือนแล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้มะนาวขายไม่ออกคือ ระยะหลังชาวบ้านเริ่มปลูกมะนาวไว้กินเ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร หลังได้รับแจ้งว่าลำน้ำเซบายได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ปลูกข้าวของชาวบ้าน มากถึง5,500 ไร่ จำนวน 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน 961 ครัวเรือน โดยไร่นาถูกน้ำท่วมขังจนมิดได้รับความเสียหายอย่างหนัก น.ส.กุหลาบ อินอ่อน อายุ 43 ปี อาชีพทำนา ชาว บ้านโพธิ์ศรี ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กล่าวว่าตนทำนา จำนวน 61 ไร่ แต่น้ำได้เข้าท่วมประมาณ 40 ไร่ ซึ่งตนใช้เงินลงทุนไปทั้งหมดประมาณ 30,000 -40,000 บาท โดยน้ำได้ไหลทะลักออกมาจากลำเซบายท่วมไร่นาชาวบ้านได้ 4-5 วันแล้ว สูงประมาณ 1.5 เมตร จนทำให้ต้นข้าวที่ตนปลูกไว้ประมาณ 3-4 เดือน ได้จมน้ำมิดปลายยอดและตายหมดแล้ว ขณะที่นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการ จ.ยโสธร เปิดเผยว่าตนได้ลงพื้นที่น้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยพบว่าปัญหาเกิดจากฝนตกอย่างต่อเนื่องและน้ำเหนือไหลเอ่อท้นติดต่อกันหลายวัน และการก่อสร้างโครงการพระราชดำริฝ่ายบ้านโพธิ์ศรี โดยก่อสร้างไปแล้ว 80 เปอร์เซ็น ระหว่างการก่อสร้างจำเป็นต้องปิดทางน้ำของลำเซบายเดิม ซึ่งต้องทำทางผันน้ำอ้อมฝ่ายเพื่อไปลงตามลำน้ำเดิม จึงทำให้ตรงที่ผัน
