พืชสายพันธุ์ใหม่
ในปี 2024 วงการเกษตรทั่วโลกต่างจับตาสายพันธุ์พืชใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการต้านทานโรค ทนต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน และเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปส่อง 10 พืชสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นไฮไลท์แห่งปี 2024 จะมีชนิดไหนบ้างไปดูกันเลย ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1 ถั่วลิสงสายพันธุ์นี้ ได้รับการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์จากแม่พันธุ์ขอนแก่น 5 และพ่อพันธุ์ IC 10 ได้พันธุ์ที่ช่วยเพื่อเพิ่มผลผลิต และต้านทานต่อโรคยอดไหม้ กว่าพันธุ์เดิมที่เกษตรกรใช้ปลูกอยู่ในปัจจุบัน จุดเด่น ทรงต้นแบบพุ่มตั้ง ไม่ยืดเลื้อย เปลือกฝักมีลาย เมล็ดใหญ่ เก็บเกี่ยวง่าย ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคยอดไหม้ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้ผลผลิตสูง 375 กิโลกรัมต่อไร่ ปรับตัวได้ดีเมื่อปลูกในฤดูฝนและฤดูแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพเมล็ดเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรมแปรรูป หากใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ อาจารย์เจตษฎา อุตรพันธ์ ได้ทาง e-mail: [email protected] หรือทางเบอร์โทรศัพท์ 086-397-6704 และ 02-579-3130 ในวันและเวลาราชการ ข้าวพันธุ์จาคูเนเน สวพส. 01 (Jakunene S
เชื่อว่าหลายๆ คน ต้องตามติดเทรนด์กระแสต่างๆ ที่กำลังมาแรงต้อนรับต้นปี เทรนด์สุขภาพ เทรนด์อาหาร เทรนด์ความงาม และที่พลาดไม่ได้เลยเทรนด์เกษตร ที่ผู้คนหันมาสนใจกันมากขึ้น ทั้งหันมาปลูกผักไว้รับประทานเอง ปลอดสารเคมี รวมไปถึงที่ทำให้หลายๆ คน ผันตัวเป็นเกษตรกรที่ทำรายได้เสริมมากกว่ารายได้หลัก เป็นอาชีพที่น่าภูมิใจไม่น้อย เชื่อว่าแต่จะประสบความสำเร็จมาได้ต้องผ่านอุปสรรคมาไม่น้อย ก่อนจะหมดเดือนแรกของปี เทรนด์เกษตรอย่างเทคโนโลยีชาวบ้าน ก็ต้องไม่พลาด รวบรวม “พืชสายพันธุ์ใหม่” ที่น่าจับตาต้อนรับปี 2024 พืชบางตัวทำเอาหลายๆ คนสนใจ จนอยากลองไปปลูกบ้าง แต่ก่อนที่จะนำไปปลูกต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ว่าแต่จะมีชนิดไหนกันบ้างตามไปส่องกันเลย 1. ถั่วลิสงพันธุ์ดี ทนโรค ให้ผลผลิตสูง ใช้น้ำน้อย ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1 จุดเด่น ให้ผลผลิตสูง 375 กิโลกรัมต่อไร่ ต้านทานต่อโรคยอดไหม้ ปรับตัวได้ดีเมื่อปลูกในฤดูฝนและฤดูแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพเมล็ดเป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรมแปรรูป ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์โก๋แก่ 40 จุดเด่น ให้ผลผลิตสูง 370 กิโลกรัมต่อไร่ ทรงต้นเป็นพุ่มเตี้ย เก็บเกี่ยวง่าย เปลือ
ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดงแถลงความสำเร็จตลาดธุรกิจเมล็ดพันธุ์ในปี 2563 นี้ว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้อีสท์ เวสท์ ซีดก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ1 ในตลาดธุรกิจเมล็ดพันธุ์นั้นมาจาก 3 ปัจจัย โดยระบุว่าปัจจัยแรกคือเป็นผลมาจากงานวิจัยหรือ R&D ถือเป็นหัวใจหลักผนวกกับปณิธานของผู้ก่อตั้ง ที่ให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ผักเขตร้อนที่ดีที่สุดในโลก ทำให้มีการลงทุนทางด้านนี้หลายร้อยล้านต่อปีและมีพนักงานในฝ่ายนี้รวมทั้งสิ้นกว่า1,200 คนที่คอยคิดและพัฒนาพืชผักสายพันธุ์ใหม่ๆ ออกมา “บางสายพันธุ์ใช้เวลาพัฒนาหลายปีกว่าจะประสบความสำเร็จ เรามีการทดลองในแปลงทดลอง ทดลองในแปลงเกษตรกร ผนวกกับปณิธานของผู้ก่อตั้งคุณไซมอน กรู๊ท ซึ่งท่านมีปณิธานว่าเมล็ดพันธุ์ที่ดีสามารถเปลี่ยนชีวิตคนนับล้านได้ ทุกคนในองค์กร จึงมีเป้าหมายเดียวกันก็คือทำงานอย่างไรถึงให้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุด” นายวิชัย กล่าวต่อว่า ปัจจัยต่อมาเรามุ่งเน้นไปที่เกษตรกรรายย่อยเป็นสำคัญ ซึ่งเกษตรกรกลุ่มนี้ถือเป็นพ่อครัวอาหารของโลก สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนารวมถึงโครงสร้างของบริษัทที่พ
บีเอเอสเอฟ ยึดมั่นในเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนภายในปี 2573 โดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายหลักที่จะช่วยให้เกษตรกรรมมีความยั่งยืนมากขึ้น และสนับสนุนความต้องการที่เร่งด่วนของสังคม บีเอเอสเอฟจะช่วยเกษตรกรบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ต่อตันของปริมาณผลผลิต ธุรกิจอารักขาพืชของบีเอเอสเอฟ จะมีผลประกอบการประจำปีที่เพิ่มขึ้นจากผลงานด้านความยั่งยืนที่สำคัญในห่วงโซ่ธุรกิจถึง 7% นอกจากนี้ บีเอเอสเอฟ จะนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาสู่พื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 400 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 2,500 ล้านไร่ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของ บีเอเอสเอฟ ถูกนำมาใช้งานตามหลักความปลอดภัยที่ถูกต้อง คำมั่นสัญญาใหม่นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินตามกลยุทธ์ของ บีเอเอสเอฟ ในด้านการเกษตรที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 “เกษตรกรรมคือพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การดำเนินชีวิตด้วยสุขภาวะที่ดีของทุกคนบนโลก ในทศวรรษอันใกล้ ความมั่นคงทางอาหารของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และราคาที่สามารถจับต้อง
