พืชเทรนด์ใหม่
เทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้นำสื่อออนไลน์ด้านการเกษตรครบวงจร จัดงานสัมมนาแรกของปี ‘ไข่ผำ – วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่’ โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดสัมมนา และมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด สำหรับเวทีสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หัวข้อ ปลดล็อกศักยภาพ ‘ไข่ผำ’ พืชเทรนด์ใหม่ ตอบโจทย์อนาคตยั่งยืน พูดคุยแนวทางการสร้างมูลค่า ‘ไข่ผำ’ ให้เกิดรายได้ โดย ‘คุณณัฐ-ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง’ เจ้าของสวนจันทร์เรือง จ.จันทบุรี ชาวสวนรุ่นใหม่ ผู้พัฒนาเลี้ยงผำเชิงอุตสาหกรรม ด้วยวิธีการเลี้ยงในระบบปิดแนวตั้ง เพื่อให้ได้ผำที่สะอาด มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สู่การสร้างมูลค่า และคุณอนุวัฒน์ กำแพงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพืชอนาคตใหม่ กรมวิชาการเกษตร คุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของสวนจันทร์เรือง จังหวัดจันทบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่บุกเบิกการเลี้ยง “ไข่ผำ” หรือ “ผำ” ในระบบปิดแนวตั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผ
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ อาคารข่าวสด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดสัมมนา ‘ไข่ผำ–วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่’ เพื่อสอดรับกับตลาดความต้องการเพิ่มยิ่งขึ้น พร้อมฉายภาพแห่งโอกาส เจาะลึกเทรนด์เศรษฐกิจ สู่พืชแห่งอนาคต ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น. โดยเปิดให้เข้าร่วมงานฟรี เวลา 15.15 น. เข้าสู่ช่วง Special Talks หัวข้อ “วานิลลา พืชมูลค่าสูง ปลูกอย่างไร ให้เป็นที่ต้องการของตลาด” นำโดย น.ส.พาพร โตอินทร์ เจ้าของสวนแม่หม่อน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ น.ส.วิสุตา โลหิตนาวี เจ้าของไร่วานิลลา Khao Yai Vanilla จ.นครราชสีมา ในตอนหนึ่ง น.ส.พาพร เจ้าของสวนแม่หม่อน กล่าวว่า ตามจริงแล้วฟาร์มของเราก่อตั้งมา 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งไม่ได้เริ่มต้นจากการปลูกวานิลลามาก่อน เพราะเราปลูกต้นหม่อน หรือ มัลเบอรี่มาก่อน ที่เราปลูกเพื่อรับประทานผล ไม่ใช่หม่อนที่เอาไว้ใช้เลี้ยงไหม “ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว มัลเบอรี่เป็นของที่ใหม่มากๆ สำหรับประเทศไทย ไม่ค่อยมีคนรู้จักการเอาผลมาทานกัน ก็เริ่มต้นจากตรงนี้แล้วก็ค่อยๆ เราเป็นแหล่งท่องเที่ยว คาเฟ่ ร้านอาหาร แ
ไข่ผำหรือที่บางคนเรียกว่าไข่น้ำ เป็นพืชน้ำจิ๋วที่น่าสนใจในวงการเกษตรไทย เพราะนอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังเป็นพืชที่โตเร็วโดยใช้ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงเพียง 14 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายได้ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างคุ้มค่า ไข่ผำเป็นพืชน้ำที่มีลักษณะเล็กจิ๋ว มีสีเขียวสดและเจริญเติบโตบนผิวน้ำ มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะโปรตีนที่มีปริมาณสูงมาก ทำให้ไข่ผำเป็นแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง การเพาะเลี้ยงไข่ผำ ในบ่อซีเมนต์ การปลูกไข่ผำไม่ซับซ้อน ใช้พื้นที่น้อยและดูแลง่าย ขั้นตอนสำคัญคือ: เตรียมบ่อปลูก: บ่อซีเมนต์หรือบ่อพลาสติกก็สามารถใช้ได้ เติมน้ำ: ควรใช้น้ำสะอาดและเติมสารอาหารที่เหมาะสม อย่างเช่นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ใส่พันธุ์ไข่ผำ: โรยพันธุ์ไข่ผำให้ทั่วบ่อ ดูแล: รักษาคุณภาพน้ำและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่อาจกีดขวางการเติบโต ระยะเวลาเก็บเกี่ยวไข่ผำ เพียง 14 วัน หลังจากเริ่มปลูกไข่ผำจะเติบโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว สามารถใช้กระชอนตักออกเพื่อนำไปล้างและบรรจุจำหน่ายได้ทันที โอกาสสร้างรายได้ จากพืชจิ๋วอย่างไข่ผำ ไข่ผำกำลังเป็นที่ต้อง
“ไข่ผำ” หรือ “ผำ” เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่มีลักษณะเด่นคือสีเขียวสด รูปร่างคล้ายกับสาหร่ายหรือไข่ปลา เป็นพืชที่ไม่มีรากและใบ แต่สามารถเจริญเติบโตในน้ำสะอาด โดยมักจะลอยอยู่ตามผิวน้ำ ผำไม่เพียงแต่เป็นอาหารท้องถิ่นที่คนไทยรู้จักกันดี แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่งจนได้รับการยอมรับว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ( super food ) แห่งแหล่งน้ำอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของไข่ผำ (100 กรัม) ประกอบด้วย 1. ไฟเบอร์ ไข่ผำมีไฟเบอร์เทียบเท่ากับการบริโภคขึ้นฉ่ายฝรั่งถึง 2 กำ ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและบำรุงสุขภาพลำไส้ 2. วิตามิน A ปริมาณวิตามิน A ในไข่ผำเทียบเท่ากับการบริโภคแครอท 4 หัว ช่วยบำรุงสายตาและเสริมภูมิคุ้มกัน 3. วิตามิน B12 ไข่ผำเป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน B12 ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับไข่ไก่ถึง 9 ฟอง ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด 4. โพแทสเซียม มีปริมาณโพแทสเซียมเทียบเท่ากับมันฝรั่ง 2 หัว ช่วยควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อ 5. ฟอสฟอรัส ไข่ผำให้ฟอสฟอรัสในปริมาณเทียบเท่านมถั่วเหลือง 2 ถ้วย ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน 6. ธาตุเหล็ก ปริมาณธาตุเหล็กในไข่ผำเทียบเท่ากับบรอกโคลี 3 ถ้วย ช่วย
