พืชเศรษฐกิจใหม่
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสรักสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สมุนไพรไทยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้านการรักษาโรค แต่ยังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงเดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทย สู่การเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรและยกระดับธุรกิจสมุนไพรให้แข็งแกร่งทั่วประเทศกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ขับเคลื่อนเครือข่ายความเข้มแข็งและพัฒนาธุรกิจพืชสมุนไพร” ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) โดยตั้งเป้าหมายให้มูลค่าของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าตัว พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกสมุนไพรชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าววางอยู่บนกรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน, การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและอุตสาห
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด ชัยเพชร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตนครศรีธรรมราช กล่าวต้อนรับ โครงการสัมมนา ของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม เรื่อง “สัมมนาทางวิชาการแนวทางการส่งเสริมกระท่อม กัญชาและกัญชง ให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่” ณ อาคารหอประชุมวิธานสันติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) โดยมีการอภิปราย สัมมนาการอภิปราย และบรรยายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริม กระท่อม กัญชาและกัญชง ให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยให้กับกลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่สนใจทั่วไป มีการนำพืชกระท่อม กัญชา และกัญชง มาสาธิต และรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่แปรรูป จากพืชกระท่อม กัญชา และกัญชง ที่สามารถสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจให้กับผู้ปลูกและประชาชนที่สนใจ การสัมมนาในครั้งนี้สามารถช่วยให้เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจทั่วไป สามารถนำความรู้ที่ได้ไปวางแผน การผลิต การตลาด และการแปรรูป สามารถสร้างกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช และเกษตรกรหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค
บริษัท นิวแลนด์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำในลำดับต้น ๆ ในธุรกิจกัญชาทางการแพทย์ของประเทศไทย บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสทองของเมกะเทรนในธุรกิจกัญชาและกัญชงนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา หลังจากที่ภาครัฐได้ทำการปลดล็อคกัญชาออกจากการเป็นสิ่งเสพติดประเภท 5 โดยยังคงจำกัดการใช้ประโยชน์จากช่อดอกและเมล็ดของกัญชาเพื่อการวิจัยและการแพทย์เท่านั้น ในการนี้บริษัทเลือกที่จะทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตครบทั้ง 4 ใบ คือ การปลูก การผลิต การครอบครอง และ การจำหน่าย บริษัทเป็นผู้ให้การสนับสนุนการลงทุนในโรงเรือนปลูกรวมทั้งอุปกรณ์ครบครันในการปลูกเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ภาครัฐกำหนด จนสามารถทำให้มหาวิทยาลัย ฯ สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์กัญชาหางกระรอก จำนวน 18,000 เมล็ดแจกจ่ายให้กับ 150 โรงพยาบาลชุมชน ผ่านกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา นอกจากนี้เมื่อปลายธันวาคม พ.ศ. 2563 รัฐบาลได้ปลดล็อคส่วนต่าง ๆ ของต้นกัญชา เช่น ใบ กิ่ง ก้าน ราก และ ลำต้น ให้สามารถนำมาใช้ในการผลิตสินค้าต่าง ๆ ในเชิงพาณิชย์ได้ ส่งผลให้การลงทุนในธุรกิจกัญชาเกิดมู
วศ. เปิดบ้านต้อนรับผู้บริหาร ก. อุตสาหกรรม สถาบันอาหาร และผู้ประกอบการ หารืองานวิจัยเครื่องดื่มสารสกัด CBD ตอบโจทย์กลุ่มอุตสาหกรรมและผู้บริโภค เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้จัดประชุมหารืองานวิจัยพัฒนาเครื่องดื่มที่มีสารสกัด CBD ตอบโจทย์มุ่งเป้ากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งใน Agile project ปี 2564 ของ วศ. เพื่อศึกษาปริมาณสารสำคัญที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคเพื่อรองรับความต้องการของตลาดรวมทั้งยกระดับผู้ประกอบการไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงซึ่งจะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยมี นางสาวนีระนารถ แจ้งทอง รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และทีมนักวิทยาศาสตร์ วศ. เข้าร่วมประชุมพร้อมให้การต้อนรับ นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางอนงค์ ไพจิตประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ผู้ประกอบการภาคเอกชน และคณะ ณ ห้องประชุมอัครเมธี ชั้น 6 อาคาร ดร. ตั้วฯ กรมวิทยาศาสตร์บริการ นางสาวนี
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะส่งเสริมปลูกเลี้ยง “สุคนธรส” หรือ เสาวรสยักษ์ ให้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ ด้วยมีคุณสมบัติเป็นไม้ผลขนาดใหญ่ นำมาแปรรูปได้ตลอดทั้งต้น มีสรรพคุณด้านสมุนไพรหลากหลาย หวังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับจากสถานการณ์โควิด-19 ในระยะยาว พร้อมเผยความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีการฉายรังสี จำนวน 5 สายพันธุ์ มีลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ ทรงรี เปลือกผลบาง เนื้อหุ้มเมล็ดหนา กลิ่นหอม รวมทั้ง ลำต้น ใบ มีความแข็งแรง เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อโรคและแมลง ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตดังกล่าวก็มีโอกาสให้กับทุกคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจให้การดำเนินชีวิตก้าวต่อไปได้ในระยะยาว แนวทางหนึ่ง ซึ่ง วว. มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมภาคเกษตรกรรม ในด้านเกษตรอินทรีย์ วิจัยและส่
