ฟาร์มตัวอย่าง
ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการทำงานด้านการวิจัยการเลี้ยงแพะแบบครบวงจร โดยทีมคณะทำการวิจัยร่วมกันหลายสาขาวิชา ในการสนับสนุนทุนวิจัยของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในชื่อ “แผนงานวิจัยและพัฒนาขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะของภาคใต้ปี พ.ศ. 2563-2565” เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงแพะให้แก่เกษตรกรภาคใต้ และบุกเบิกเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะรายใหม่ขยายไปทั่วประเทศ ตามมาตรฐาน (ฮาลาล) GMP HALAL เพื่อการส่งออกแพะจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หมุนเศรษฐกิจ 900 ล้านบาท ตามเป้าหมาย ผศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ (ม.อ.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะผู้อำนวยการชุดดูแลโครงการงานวิจัยการเลี้ยงแพะ ได้ให้ข้อมูลหลังพาคณะเจ้าหน้าที่ วช. และสื่อมวลชน ตรวจดูงานในพื้นที่ฟาร์มตัวอย่างการเลี้ยงแพะ และเยี่ยมชมโรงปฏิบัติการผลิตแพะมาตรฐานฮาลาล (โรงเชือด) รวมถึงโครงการวิจัยของคณะวิชาอื่นๆ ในการบูรณาการร่วมกัน ซึ่งมี 7 คณะโครงการวิจัย โดย ผศ.ดร.ไชยวรรณ ในฐานะผู้อำนวยการชุดโครงการวิจัย ให้ข้อมูลว่า แพะนับเป็นสัตว์เศรษ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) โดยนางอรอนันต์ วุฒิเสน ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร. นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ลงพื้นที่เยี่ยมชมฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ มีนายประพัฒน์ กอสวัสดิ์พัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเพชรบุรี ให้การต้อนรับ นำชมการดำเนินงานของฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ในด้านต่างๆ อาทิ การเพาะเลี้ยงอาร์ทีเมีย ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวอาร์ทีเมีย และการบรรจุอาร์ทีเมียแช่แข็งพร้อมจำหน่าย จุดแสดงเกลือและผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตเกลือและน้ำทะเลผง ผลิตภัณฑ์จากเกลือทะเล การสาธิตการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น การตัดแต่งสาหร่าย และกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวสาหร่ายพวงองุ่น รวมถึงการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นร่วมกับปูม้า เยี่ยมชมโรงเพาะฟักสัตว์น้ำเค็ม อาทิ ปลาช่อนทะเล ปลาขี้ตังเบ็ด ปลาทู ปลาการ์ตูน ปลาจะละเม็ดทอง และหอยเป๋าฮื้อ การเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์และปลานิลแดงในบ่อดิน ตลอดถึงกิจกรรมการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ฟาร์มทะเลตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีพื้นที่ จำ
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ก่อนกระแสความนิยมการเสพสื่อผ่านออนไลน์จะครอบคลุมเป็นวงกว้างไปทุกวงการ คุณประมวน กองน้อย หนุ่มหน้ามนคนมหาสารคาม เป็นผู้หนึ่งที่มีภูมิลำเนามาจากครอบครัวเกษตรกรรม แต่เจ้าตัวไม่เคยจับงานเกษตรเป็นชิ้นเป็นอันจริงจัง เพราะมีความถนัดในงานเขียนและรักในสายอาชีพผู้สื่อข่าวมากกว่า หลายปีทีเดียวก่อนการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น คุณประมวนตัดสินใจบ่ายหน้ากลับบ้านเกิด เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์ปิดตัวลง และตั้งใจทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการเปิดร้านสะดวกซื้อ ผ่านไป 1 ปี ความมั่นคงทางรายได้มีไม่มาก จึงหวนกลับไปทำงานสายอาชีพที่ถนัดอีกครั้งในตัวจังหวัดมหาสารคาม แต่เมื่อบวกลบรายได้และค่าใช้จ่ายแล้ว เงินเดือนที่ได้รับแทบไม่เหลืออะไร ท้ายที่สุด สิ่งที่คุณประมวนคิดได้คือ การกลับไปสู่รากฐานและตัวตนของบรรพบุรุษ เขาซื้อรถไถนาหวังรับจ้างและช่วยพ่อทำนาเท่าที่พอจะทำได้ ด้วยความเป็นคนไม่หยุดนิ่ง เมื่อมีเปิดรับสมัครสอบบุคคลเข้ารับการอบรมโครงการโคกหนองนาตามแนวทางพระราชดำริ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ โคก หนอง นา โมเดล เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางและเผยแพร่กิจกรรมของ โคก หนอง นา โมเดล ในนามของนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ จ
เกษตรกรรมนับเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย ที่หล่อเลี้ยงปากท้องคนไทยมาช้านาน แต่ทำไมเกษตรกรในประเทศไทยถึงยังต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จุนเจือครอบครัวอยู่ ซึ่งถ้าหากลองมองย้อนดูดีๆ แล้วจะเห็นช่องว่างอยู่มากมายที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านราคาผลผลิตที่ตกต่ำ หรือในบางปีสภาพฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลทำให้ไร่นาเกิดความเสียหาย รวมถึงการที่เกษตรกรรุ่นเก่าเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ จึงต้องตั้งความหวังไว้ที่คนรุ่นใหม่หรือเกษตรกรรุ่นลูก ในการเข้ามาพัฒนาผืนดินทำกินของพ่อแม่ ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองและยั่งยืนได้อีกครั้ง ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทางบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรไทย อยากให้พี่น้องเกษตรกรทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงได้เดินหน้าขยาย “ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ โดยผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้า” เปิดแห่งแรกในจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้ชื่อ “ณ นา ฟาร์ม” สนับสนุนผู้แทนจำหน่ายคูโบต้า มหาสารคาม ยก “คูโบต้า
เนื่องด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงทรงพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างขึ้นเพื่อให้ราษฎรมีงานทำ อยู่ในพื้นที่ ไม่ต้องเสี่ยงกับการเดินทาง โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2548 พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ และ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ (ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ตำแหน่งในขณะนั้น) และคณะ ได้มาสำรวจพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านลุตง ตำบลแม่ลาน อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เนื้อที่ 154 ไร่ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลานและอำเภอแม่ลาน ได้ร่วมกันน้อมเกล้าฯ ถวาย เพื่อจัดตั้งเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ผลการสำรวจและการประชุมผู้นำเกษตรกร ผู้นำหมู่บ้านและชุมชน พบว่ามีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นฟาร์มตัวอย่างได้ โครงการฟาร์มตัวอย่าง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านลุตง ตำบลแม่ลาน อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2548 มีราษฎรมาปฏิบัติงาน ทั้งหมด 149 คน เป็นไทยพุทธ 65 คน และเป็นไทยมุสลิม 84 คน และเมื่อวันที่ 1 พฤศจ
