ฟาร์มระบบปิด
หอยแครงเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีมูลค่าสูงของประเทศไทย โดยแหล่งเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงตำบลบางตะบูน และตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นสภาพดินโคลนละเอียดปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์เพราะอยู่ใกล้บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรี จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของหอยแครง เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งประกอบอาชีพหลักด้วยการเก็บหอยแครงจากแหล่งธรรมชาติ และการเพาะเลี้ยงหอยแครงสร้างรายได้ที่มีมูลค่าสูง แต่การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีการปล่อยของเสียสู่อากาศและแหล่งน้ำ ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำจำนวนมาก เนื่องจากหอยแครงเป็นสัตว์น้ำอยู่กับที่ ไม่สามารถหลีกหนีสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ไปได้ ส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันของหอยแครง ทำให้อ่อนแอ เกิดการติดเชื้อโรคพยาธิได้ง่าย เกษตรกรได้ปรับมาใช้วิธีการเลี้ยงหอยแครงในบ่อดิน แต่ยังคงต้องใช้เวลาเลี้ยงหอยแครงนาน และการเจริญเติบโตยังไม่เต็มที่ “วรเดช ฟา
“ปัจจุบันการทำฟาร์มปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงแม้ในตอนแรกเราจะคัดเลือกสถานที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้อยู่ห่างไกลจากชุมชนแล้วก็ตาม แต่ที่สุดแล้วในอนาคตชุมชนก็จะขยายตัวเข้ามาใกล้กับฟาร์มอย่างแน่นอน ดังนั้นการหาวิธีการจัดการวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซีพีเอฟจึงส่งเสริมให้เกษตรกรคอนแทรคฟาร์มทำ “ฟาร์มระบบปิด” ตามมาตรฐานของบริษัท มีระบบปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ หรือ EVAP ที่ทำให้สัตว์อยู่สบาย และยังสามารถลดกลิ่นจากการเลี้ยงสัตว์ ลดก๊าซแอมโมเนีย รวมถึงก๊าซมีเทน สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน ควบคู่กับการใช้ระบบไบโอแก๊สเพื่อจัดการของเสีย ที่ช่วยลดสัตว์พาหะเช่นแมลงวัน ลดกลิ่น เป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม และยังได้ก๊าซชีวภาพนำมาปั่นเป็นไฟฟ้าใช้ในฟาร์มช่วยลดรายจ่ายค่าพลังงานไฟฟ้า ช่วยสร้างมูลค่าและเพิ่มคุณค่าให้กับของเสียได้ 100%” อภิรัตน์ แก้ววิเศษ วัย 39 ปี ผู้ที่ผันตัวเองจากสัตวบาล สู่อาชีพเกษตรกรเลี้ยงหมู เจ้าของ “อภิรัตน์ฟาร์ม” อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เล่าถึงแนวโน้มการทำฟาร์มยุคใหม่ไว้อย่างน่าสนใจ
