ฟาร์มหอยเชอรี่
“หอยเชอรี่สีทอง” เป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เริ่มมีการเลี้ยงเชิงธุรกิจกันมากขึ้นในทุกภาคของประเทศไทย แนวโน้มความนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นหอยที่มีโปรตีนสูงและต้นทุนการเลี้ยงต่ำ จุดเด่นของหอยเชอรี่สีทอง เนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่ทั่วไป เนื้อจะเป็นสีเหลือง เปลือกจะเป็นสีเหลือง มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เป๋าฮื้อน้ำจืด” สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้ง ลวกจิ้ม ผัด ทอด ลาบ ก้อย ยำ แกงคั่ว หอยเชอรี่สีทอง กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพราะด้วยการเลี้ยงง่ายเหมือนการเลี้ยงหอยเชอรี่ หอยขมทั่วไป และรสชาติที่ดี มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม ไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่บ้านเรา เนื้อยังมีความหวาน ไม่คาว ต่างจากหอยชนิดอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหอยเชอรี่สีดำ หอยโข่ง หรือหอยขม ทำให้เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปูนาและเลี้ยงหอยเชอรี่ หันมาเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองและหอยเชอรี่สีทองสนิมกันเป็นจำนวนมาก คุณวรรณิดา ไชยสูง หรือ คุณแอม อาศัยอยู่จังหวัดอุดรธานี ประกอบอาชีพหลักเป็นแม่ค้าขายลอตเตอรี่ และมีอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองระบบฟาร์ม คุณวรรณิดา เล่า
“หอยเชอรี่สีทอง” เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตามองเพราะมีการเลี้ยงเชิงธุรกิจกันมากขึ้นในทุกภาคของประเทศ แนวโน้มความนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะหอยเชอรี่สีทองมีโปรตีนสูงถึง 34-53 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.66 เปอร์เซ็นต์ และต้นทุนการเลี้ยงต่ำ จุดเด่นของหอยเชอรี่สีทอง เนื้อจะนุ่ม กรอบ คล้ายๆ เนื้อหมึก ไม่เหนียวเหมือนหอยเชอรี่ทั่วไป เนื้อเป็นสีเหลืองทอง เปลือกเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เป๋าฮื้อน้ำจืด” สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้ง ลวกจิ้ม ผัด ทอด ลาบ ก้อย ยำ แกงคั่ว ที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง มีฟาร์มเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองเช่นกัน ชื่อว่า “สุวิมลฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 92/3 หมู่ที่ 3 ตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ฟาร์มหอยเชอรี่แห่งนี้เพาะเลี้ยงเพื่อขายให้ลูกค้าที่สนใจซื้อไปกิน หรือจะซื้อไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อก็ได้ โดยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 2 เดือนครึ่ง เริ่มจำหน่ายได้ เน้นจำหน่ายเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ราคาคู่ละ 20-300 บาท จับขายเป็นตัวเพื่อนำไปประกอบอาหารในราคากิโลกรัมละ 150-180 บาท ทุกวันนี้มีลูกค้าสนใจสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น คุณภักดี คงวัน และ คุณสุวิมล ค
