ฟื้นฟูดินหลังน้ำท่วม
เมื่อต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต้องจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ปัญหาที่ตามมาหลังน้ำลดไม่ได้จบลงเพียงแค่การเก็บกวาดพื้นที่ แต่คือการฟื้นฟูต้นไม้และสภาพแปลงปลูกให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ภัยธรรมชาติอย่าง “น้ำท่วม” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแปลงที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ต้นพืชบางส่วนอาจไม่สามารถทนต่อสภาพความชื้นสูงและการขาดอากาศบริเวณรากได้ ส่งผลให้เกิดอาการรากเน่า ใบเหลือง ต้นโทรม และในบางกรณีอาจถึงขั้นยืนต้นตาย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่พืชทุกต้นจะเสียหายจนไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ หากหลังน้ำลดได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและทันท่วงที ต้นที่ยังมีชีวิตก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาเจริญเติบโตได้อีกครั้ง ดังนั้น หลังน้ำลดจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เกษตรกรต้องเร่งประเมินความเสียหาย พร้อมฟื้นฟูทั้ง “ต้นพืช” และ “สภาพดิน” ให้กลับมาเหมาะสม ก่อนเดินหน้าสู่การเพาะปลูกในรอบต่อไป โดยสามารถเริ่มต้นได้จาก 7 วิธีต่อไปนี้ 1. สำรวจแปลงก่อน อย่าเพิ่งรีบไถดิน สิ่งแรกที่ควรทำหลังน้ำลด คือเดินสำรวจพื้นที่และดูสภาพดินให้ทั่วทั้งแปลง สังเกตว่ามีตะกอน โคลน ทราย ขยะ หรือสิ่งปนเ
ปี 2568 นี้ ไทยเผชิญกับฝนหนักและน้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน จากอิทธิพลของพายุหลายลูก เช่น พายุไต้ฝุ่น Kajiki ที่เข้าปะปนกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ ได้สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ภาคการเกษตร การพาณิชย์ ธุรกิจการค้า รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลายแสนล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ทำการเกษตร นาข้าว พืชไร่ พืชสวน และปศุสัตว์ นับหลายล้านไร่นั้น ในบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังนานนับเดือน จนเกิดสภาพน้ำเน่าเสียและดินเป็นกรด บางส่วนถูกกระแสน้ำชะล้างหน้าดินออกไป ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ โดยการฟื้นฟูสภาพดินที่มีปัญหาเหล่านี้ สามารถทำได้และได้ผลดีโดยการใช้ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อให้สภาพธรรมชาติกลับมาดังเดิม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มุ่งมั่นนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในทุกมิติและให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับตั้งแต่ภาคครัวเรือน ภาคการเกษตร วิสาหกิจชุมชน ธุรกิจ SME ภา
